ในยุคของ Digital Manufacturing และ Industry 4.0 เทคโนโลยีการใช้เครื่องสแกนสามมิติ (3D Scanner) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับงานวิศวกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตรวจสอบคุณภาพในโรงงานอุตสาหกรรม หนึ่งในเครื่องสแกนที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันคือ EinScan Rigil ซึ่งเป็นเครื่องสแกน 3 มิติรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท SHINING 3D
EinScan Rigil ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Rigid Accuracy, Agile Workflow” คือให้ความแม่นยำระดับสูงควบคู่กับกระบวนการทำงานที่รวดเร็วและปรับตัวได้ง่าย ตัวเครื่องมีโครงสร้างแข็งแรง ลดการสั่นไหวระหว่างการสแกน ช่วยให้ได้ข้อมูล 3 มิติที่เสถียรและเชื่อถือได้ สามารถสแกนวัตถุจริงและสร้างโมเดลรูปแบบ 3 มิติ เหมาะสำหรับงานด้าน Reverse Engineering, Quality Inspection, Product Development และ Digital Twin โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการความละเอียดของข้อมูลสูง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ การบิน การผลิตแม่พิมพ์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ EinScan Rigil อย่างละเอียด ตั้งแต่เทคโนโลยีการสแกน สเปกสำคัญ จุดเด่นในการใช้งาน ไปจนถึงตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรม
EinScan Rigil คืออะไร?
EinScan Rigil คือ เครื่องสแกนสามมิติแบบพกพา (Portable 3D Scanner) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในการนำไปใช้หน้างานจริง มาพร้อมหน้าจอ Touchscreen, RAM 32GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB ในตัว สามารถสแกนได้ทันทีโดยไม่ต้องพกคอมพิวเตอร์ และยังสามารถเชื่อมต่อแบบ Wireless เพื่อแสดงผลให้ดูได้แบบ Real-time
ตัวเครื่อง EinScan Rigil ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์และอินฟราเรดในการเก็บข้อมูลรูปทรงของวัตถุจริง จากนั้นระบบจะประมวลผลข้อมูลและสร้างเป็นโมเดล 3 มิติในรูปแบบดิจิทัล โดยข้อมูลที่ได้จากการสแกน สามารถนำไปใช้งานต่อในซอฟต์แวร์ด้านวิศวกรรมหลายประเภท เพื่อช่วยในกระบวนการออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น
-
ซอฟต์แวร์ CAD สำหรับการออกแบบ
-
ซอฟต์แวร์ Reverse Engineering
-
ซอฟต์แวร์ Inspection
-
ซอฟต์แวร์ Simulation
ซึ่ง EinScan Rigil ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการไปจนถึงหน้างานในโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการออกแบบและตรวจสอบคุณภาพ
เทคโนโลยีการสแกนของ EinScan Rigil

หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของ EinScan Rigil คือการใช้เทคโนโลยีการสแกนที่หลากหลายภายในเครื่องเดียว เพื่อให้สามารถรองรับงานสแกนได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่งานที่ต้องการความละเอียดสูงไปจนถึงการสแกนชิ้นงานขนาดใหญ่ในเวลาที่รวดเร็ว เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ EinScan Rigil สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทั้งในห้องแล็บ งานวิจัย และโรงงานอุตสาหกรรม
โดยระบบการสแกนของ EinScan Rigil ถูกออกแบบให้ใช้ Multi-Mode Scanning Technology ซึ่งประกอบด้วยการสแกนด้วยเลเซอร์สีน้ำเงิน (Blue Laser) และการสแกนด้วยอินฟราเรด (Infrared) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกโหมดการสแกนที่เหมาะสมกับลักษณะของชิ้นงานได้
Cross Blue Laser
เทคโนโลยี Cross Blue Laser เป็นหนึ่งในโหมดการสแกนหลักของ EinScan Rigil โดยใช้เลเซอร์สีน้ำเงินหลายเส้นที่จัดเรียงในรูปแบบไขว้ เพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวของวัตถุอย่างละเอียด
ข้อดีของเลเซอร์สีน้ำเงินคือสามารถทำงานได้ดีในสภาพแสงที่หลากหลาย และมีความเสถียรสูงเมื่อสแกนพื้นผิวที่มีรายละเอียดซับซ้อน
โหมดนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น
-
การตรวจสอบคุณภาพชิ้นงาน (Inspection)
-
การสแกนชิ้นส่วนเครื่องจักร
-
การสร้างโมเดล 3 มิติที่มีรายละเอียดสูง
การใช้ Cross Blue Laser ช่วยให้ EinScan Rigil สามารถเก็บข้อมูลพื้นผิวได้อย่างแม่นยำ และสร้างโมเดล 3 มิติที่มีความละเอียดสูง
Parallel Blue Laser
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ Parallel Blue Laser ซึ่งใช้เลเซอร์สีน้ำเงินแบบเส้นขนานในการสแกนพื้นผิววัตถุ โดยโหมดนี้ช่วยเพิ่มความละเอียดของข้อมูลและเหมาะสำหรับการสแกนชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อน เช่น
-
ชิ้นส่วนเครื่องยนต์
-
ชิ้นส่วนที่มีพื้นผิวโค้งหรือรายละเอียดสูง
-
แม่พิมพ์อุตสาหกรรม
การใช้ Parallel Blue Laser ช่วยให้ EinScan Rigil สามารถเก็บรายละเอียดของพื้นผิววัตถุซับซ้อนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
Infrared Rapid Scanning
นอกจากการสแกนด้วยเลเซอร์แล้ว EinScan Rigil ยังรองรับ Infrared Rapid Scanning ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสแกนด้วยแสงอินฟราเรด โดยโหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการสแกนที่รวดเร็ว สามารถสแกนชิ้นงานขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในบางกรณีสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ Marker
Infrared Rapid Scanning เหมาะสำหรับงาน
-
การสแกนวัตถุขนาดใหญ่
-
การเก็บข้อมูลพื้นที่กว้าง
-
การสแกนที่ต้องการความเร็วสูง
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้กระบวนการเก็บข้อมูล 3 มิติใช้เวลาน้อยลงและเพิ่ม Productivity ในการทำงาน
จุดเด่นและสเปกที่สำคัญของ EinScan Rigil

EinScan Rigil เป็นเครื่องสแกน 3 มิติระดับอุตสาหกรรมที่ถูกพัฒนาโดย SHINING 3D เพื่อรองรับการใช้งานในสายงานวิศวกรรม การผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้คือการผสมผสานระหว่าง ความแม่นยำ ความเร็ว และ Workflow ที่ยืดหยุ่น ทำให้สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปจนถึงงานตรวจสอบคุณภาพในสายการผลิตจริง
ด้านล่างคือรายละเอียดของจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ EinScan Rigil เป็นหนึ่งใน 3D Scanner ที่ได้รับความสนใจในภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ณ ปัจจุบัน
ความแม่นยำระดับ Professional Grade
EinScan Rigil ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การตรวจสอบคุณภาพ (3D Inspection), Reverse Engineering และงานออกแบบทางวิศวกรรม รองรับความแม่นยำเชิงปริมาตร (Volumetric Accuracy) สูงสุดประมาณ 0.04 + 0.06 mm/m และความละเอียด (Resolution) สูงสุดประมาณ 0.05 mm ซึ่งเพียงพอสำหรับงานตรวจสอบในระดับอุตสาหกรรม ช่วยให้สามารถตรวจสอบค่าความคลาดเคลื่อน (Deviation Analysis) เทียบกับ CAD Model ได้อย่างแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากการวัดแบบเดิม และเพิ่มความน่าเชื่อถือในกระบวนการควบคุมคุณภาพ
รองรับการสแกนหลายรูปแบบ ด้วย Hybrid Light Technology
EinScan Rigil ใช้ระบบ Hybrid Light (Blue Laser + IR VCSEL) ที่ช่วยให้สามารถสแกนได้ทั้งแบบละเอียดและรวดเร็วภายในเครื่องเดียว โดยผสานข้อดีของเทคโนโลยีทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
-
Blue Laser เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดระดับสูงในระยะใกล้ เช่น ชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือพื้นผิวที่ซับซ้อน
-
Infrared (IR Rapid Scan) เหมาะสำหรับการสแกนพื้นที่กว้างหรือวัตถุขนาดกลางถึงใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
ความสามารถนี้ทำให้ EinScan Rigil รองรับการสแกนชิ้นงานได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดสูง ไปจนถึงชิ้นงานขนาดกลางในงานอุตสาหกรรม
โดยตัวเครื่องมี Working Distance ประมาณ 160 – 1500 mm ซึ่งครอบคลุมทั้งการสแกนระยะใกล้และระยะไกล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับระยะให้เหมาะกับขนาดของชิ้นงานและโหมดการสแกนได้อย่างยืดหยุ่น
ความเร็วในการสแกนสูง เพิ่ม Productivity ในงานอุตสาหกรรม
EinScan Rigil รองรับการสแกนความเร็วสูง ช่วยลดระยะเวลาในการเก็บข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน โดยสามารถสแกนได้สูงสุดประมาณ 4.4 ล้านจุดต่อวินาทีในโหมด Laser และยังมีโหมด IR สำหรับงานที่ต้องการความเร็วในการเก็บข้อมูลพื้นที่กว้าง
ซึ่งความสามารถนี้ช่วยลดเวลาการสแกนชิ้นงาน เหมาะกับงาน Production และ Inspection จำนวนมาก รวมถึงช่วยเร่งกระบวนการ Reverse Engineering ให้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Tri-Mode Workflow: ยืดหยุ่นทุกสถานการณ์การใช้งาน
EinScan Rigil รองรับการทำงาน 3 รูปแบบในเครื่องเดียว ได้แก่ Standalone Mode ที่สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์, Wireless PC Mode ที่เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และ Wired PC Mode สำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงร่วมกับ Workstation ซึ่งการออกแบบนี้ช่วยให้พกพาไปสแกนหน้างานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
Marker-Free Scanning ลดขั้นตอนการทำงาน
EinScan Rigil มาพร้อมระบบ Tracking อัจฉริยะที่ผสานข้อมูลจาก Laser และ IR ทำให้สามารถสแกนได้โดยไม่ต้องติด Marker ในหลายสถานการณ์ ช่วยลดเวลาในการเตรียมงาน ลดขั้นตอนการ Setup และทำให้การใช้งานง่ายขึ้น โดยยังคงคุณภาพของข้อมูลที่สูงกว่าการสแกนด้วยระบบ IR เพียงอย่างเดียว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานหน้างาน On site หรือชิ้นงานที่ไม่สะดวกในการติด Marker
ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ CAD / CAE ได้อย่างราบรื่น
ข้อมูลที่ได้จากเครื่อง EinScan Rigil สามารถนำไปใช้งานต่อในซอฟต์แวร์วิศวกรรมได้ทันที โดยรองรับไฟล์มาตรฐาน เช่น STL, OBJ, PLY และ 3MF ช่วยให้สามารถต่อยอดไปยัง Workflow สำคัญ เช่น CAD Design, Reverse Engineering, Inspection และ Simulation ได้อย่างครบวงจร ทำให้กระบวนการจากชิ้นงานจริงไปสู่ Digital Model และการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
กล้องสี 5MP Full Color Texture
ตัวเครื่องมาพร้อมกล้องสีความละเอียด 5MP ที่สามารถเก็บรายละเอียด Texture ของวัตถุได้อย่างสมจริงเหมาะสำหรับงาน Visualization, Rendering, AR / VR และงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทั้งรูปทรงและสีสันของชิ้นงาน ช่วยให้โมเดล 3 มิติที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่โครงสร้าง แต่มีข้อมูลภาพที่ครบถ้วนสำหรับการนำไปใช้งานต่อได้
รองรับการใช้งานทั้งห้องแล็บและสายการผลิต
EinScan Rigil ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ในหลายสภาพแวดล้อม ทั้งในห้องแล็บ งานวิจัย โรงงานอุตสาหกรรม และงานภาคสนาม สามารถสแกนพื้นผิวที่สแกนได้ยาก เช่น งานสีดำหรือผิวเงา
ตารางสเปก EinScan Rigil
|
รายการ |
สเปก |
|
Scan Mode |
Laser HD / IR Rapid |
|
Light Source |
25+25 Cross Blue Laser |
|
Accuracy |
Laser HD: ~0.04 + 0.06 mm/m. |
|
Resolution |
Laser HD: 0.05 – 10 mm. |
|
Scan Speed |
25 Crossed Laser: 4,400,000 points/s. |
|
Working Distance |
Laser HD: 170 – 550 mm. |
|
Texture Camera |
5MP |
|
Output Format |
STL, OBJ, PLY, 3MF, ASC |
|
Storage |
1TB |
|
Display |
6.4" Touchscreen |
|
Weight |
870 g. |
|
Size |
233 × 180 × 72.8 mm. |
EinScan Rigil นิยมนำไปใช้ในงานประเภทใดบ้าง?

EinScan Rigil ถูกนำไปใช้ในหลากหลายประเภทงาน ตั้งแต่งานตรวจสอบคุณภาพ (Inspection), วิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering), ไปจนถึงงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกระบวนการจากชิ้นงานจริงเข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านล่างจะเป็นตัวอย่างอุตสาหกรรมที่นิยมนำเครื่อง 3D Scanner ไปใข้งาน
อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry)
ใช้สำหรับตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในสายการผลิต
ตัวอย่างการใช้งาน
-
สแกนชิ้นส่วน เช่น Dashboard, Bracket หรือ Housing เพื่อตรวจสอบความคลาดเคลื่อนเทียบ CAD
-
ตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนก่อนประกอบ (Pre-assembly Inspection)
-
ใช้ในงาน Reverse Engineering เพื่อพัฒนาหรือปรับปรุงอะไหล่
อุตสาหกรรมอากาศยานและการบิน (Aerospace Industry)
รองรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและมาตรฐานที่เข้มงวด
ตัวอย่างการใช้งาน
-
ตรวจสอบชิ้นส่วนโครงสร้างอากาศยาน เช่น Turbine Blade หรือ Component ขนาดเล็ก
-
วิเคราะห์การสึกหรอของชิ้นส่วนหลังการใช้งาน
-
สแกนชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการซ่อมบำรุง (MRO: Maintenance, Repair, Overhaul)
งานแม่พิมพ์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (Mold & Precision Parts)
ช่วยควบคุมคุณภาพและยืดอายุการใช้งานของแม่พิมพ์
ตัวอย่างการใช้งาน
-
ตรวจสอบความถูกต้องของแม่พิมพ์ก่อนเริ่มผลิต
-
วิเคราะห์การสึกหรอหรือการเสียรูปของแม่พิมพ์
-
สแกนแม่พิมพ์เก่าเพื่อนำไปผลิตซ้ำหรือปรับปรุงแบบ
สถาบันการศึกษาและงานวิจัย (Education & Research)
ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนการสอนและงานวิจัยด้านวิศวกรรม
ตัวอย่างการใช้งาน
-
ใช้สอนด้าน 3D Scanning, Reverse Engineering และ Digital Manufacturing
-
สแกนวัตถุเพื่อใช้ในงานวิจัยหรือ Simulation
-
สร้างโมเดล 3 มิติสำหรับการทดลองและพัฒนาโปรเจกต์
งานออกแบบผลิตภัณฑ์และ Reverse Engineering
ช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างการใช้งาน
-
สแกนต้นแบบสินค้าเพื่อนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จริง
-
สแกนชิ้นงาน Handmade เพื่อแปลงเป็น Digital Model
-
ปรับปรุงดีไซน์จากชิ้นงานจริงให้เหมาะกับการผลิต (Design Optimization)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EinScan Rigil 3D Scanner
1. EinScan Rigil แตกต่างจาก 3D Scanner ทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: EinScan Rigil เป็น 3D Scanner แบบ Tri-Mode รุ่นใหม่ที่รวมทั้ง Blue Laser, Infrared VCSEL และ Wireless Workflow ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้สามารถสแกนได้ทั้งงานละเอียด งานชิ้นใหญ่ และพื้นผิวที่สแกนยาก เช่น โลหะสะท้อนแสงหรือชิ้นงานสีเข้ม อีกทั้งยังสามารถใช้งานแบบไร้สายได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา
2. EinScan Rigil เหมาะกับงานประเภทไหนในอุตสาหกรรม?
ตอบ: EinScan Rigil เหมาะสำหรับงานด้าน Reverse Engineering, Quality Inspection, Product Design และงาน Automotive โดยเฉพาะการสแกนชิ้นส่วนเครื่องจักร ชิ้นส่วนรถยนต์ โมเดลต้นแบบ หรือชิ้นงานที่ต้องการความละเอียดสูง สามารถใช้งานได้ทั้งในโรงงาน งานภาคสนาม และงานสแกนกลางแจ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. EinScan Rigil สามารถสแกนชิ้นงานโลหะหรือพื้นผิวสะท้อนแสงได้หรือไม่?
ตอบ: EinScan Rigil ถูกออกแบบมาให้รองรับการสแกนพื้นผิวที่ท้าทาย เช่น โลหะสะท้อนแสง ชิ้นงานสีดำ หรือพื้นผิวมันวาว ได้ดีกว่า 3D Scanner ทั่วไป ด้วยเทคโนโลยี Hybrid Light และระบบ Laser + IR Tracking ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเก็บข้อมูล ทำให้ในหลายกรณีสามารถสแกนได้โดยไม่ต้องพ่นสเปรย์ก่อนสแกน
สรุปเกี่ยวกับ EinScan Rigil

EinScan Rigil เป็นเครื่องสแกน 3 มิติที่รวม ความแม่นยำ ความเร็ว และความยืดหยุ่นในการใช้งาน เข้าไว้ในเครื่องเดียว ทำให้เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและอุตสาหกรรมที่ต้องการข้อมูล 3 มิติที่ละเอียดและเชื่อถือได้
ด้วยเทคโนโลยีการสแกนหลายรูปแบบและ Workflow ที่คล่องตัว EinScan Rigil สามารถช่วยให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพในการ พัฒนาผลิตภัณฑ์, ตรวจสอบคุณภาพ, วิเคราะห์ชิ้นส่วน, ทำ Reverse Engineering
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการทำงานด้านวิศวกรรมและการผลิต การใช้ EinScan Rigil จึงเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในยุคของ Digital Manufacturing ได้อย่างดีเยี่ยม
หากธุรกิจของคุณสนใจใช้งานเครื่อง 3D Scanner EinScan Rigil สามารถสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ AppliCAD ที่พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมกับลักษณะงานของคุณ สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหรือใบเสนอราคาโดยตรง ผ่าน Line OA: @applicadshop หรือ กรอกแบบฟอร์มสอบถามราคา







Share:
หุ่นยนต์แขนกล JAKA Cobot ราคาเท่าไร? พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม
3D Scanner ราคาเท่าไร ยี่ห้อไหนดี? เลือกซื้อแบบไหนให้เหมาะกับงาน