การออกแบบและตรวจสอบจุดต่อโครงสร้างเหล็ก (Steel Connection) เป็นขั้นตอนสำคัญของงานวิศวกรรมโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ Bolt, Weld, Base Plate หรือ Anchor ซึ่งต้องพิจารณาทั้งรูปแบบของจุดต่อ แรงที่กระทำ และมาตรฐานการออกแบบ เพื่อให้โครงสร้างสามารถรองรับการใช้งานได้ตามข้อกำหนด
IDEA StatiCa เป็นโปรแกรมสำหรับงานวิศวกรรมโครงสร้างที่ช่วยให้วิศวกรสามารถออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบจุดต่อโครงสร้างได้อย่างเป็นระบบ รองรับตั้งแต่ Connection รูปแบบทั่วไปไปจนถึงจุดต่อที่มีความซับซ้อน พร้อมเทคโนโลยี CBFEM (Component-Based Finite Element Method) สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมของจุดต่อและตรวจสอบผลตามมาตรฐานการออกแบบ
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณานำโปรแกรมมาใช้ในงานออกแบบโครงสร้าง และต้องการทราบว่า IDEA StatiCa ราคาเท่าไหร่ มีแพ็กเกจอะไรให้เลือกบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก IDEA StatiCa ตั้งแต่ความสามารถของโปรแกรม รูปแบบการใช้งาน ไปจนถึงราคาและข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับลักษณะงานและความต้องการได้ง่ายขึ้น
โปรแกรม IDEA StatiCa คืออะไร?

IDEA StatiCa คือโปรแกรมสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างที่พัฒนาขึ้นสำหรับวิศวกรโครงสร้าง โดยมีจุดเด่นด้านการออกแบบและตรวจสอบจุดต่อโครงสร้างเหล็ก (Steel Connection) รองรับการทำงานกับจุดต่อหลากหลายรูปแบบ เช่น Bolt, Weld, Base Plate, Anchor, Stiffener รวมถึงจุดต่อที่มีรูปทรงหรือเงื่อนไขการรับแรงที่ซับซ้อน ช่วยให้วิศวกรสามารถสร้างโมเดล วิเคราะห์ และตรวจสอบผลการออกแบบได้ภายใน Workflow เดียว
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของ IDEA StatiCa คือ CBFEM (Component-Based Finite Element Method) ซึ่งเป็นวิธีการวิเคราะห์ที่ผสานแนวคิดของ Component Method เข้ากับ Finite Element Method (FEM) เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของจุดต่อและองค์ประกอบต่าง ๆ ภายใน Connection ทำให้สามารถตรวจสอบผลการออกแบบและพิจารณาพฤติกรรมของโครงสร้างได้อย่างละเอียดมากขึ้น โดยผลการวิเคราะห์สามารถแสดงผ่านโมเดล 3D ช่วยให้มองเห็นบริเวณที่เกิด Stress, Strain และพฤติกรรมขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
นอกจากงาน Steel Connection แล้ว IDEA StatiCa ยังครอบคลุมการทำงานด้าน Steel Member, Anchoring และ Concrete พร้อมเครื่องมือสำหรับตรวจสอบตามมาตรฐานการออกแบบ (Code Check) และจัดทำ Calculation Report สำหรับใช้ประกอบงานวิศวกรรม อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับซอฟต์แวร์ Structural Analysis และ BIM ที่ใช้อยู่ใน Workflow เพื่อช่วยลดขั้นตอนการสร้างโมเดลและการป้อนข้อมูลซ้ำ
ด้วยความสามารถเหล่านี้ IDEA StatiCa จึงช่วยให้วิศวกรสามารถจัดการงานออกแบบและตรวจสอบโครงสร้างได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างโมเดล การวิเคราะห์และตรวจสอบผล ไปจนถึงการจัดทำรายงาน ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และทำให้การตรวจสอบจุดต่อที่มีรายละเอียดหรือรูปแบบซับซ้อนทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
IDEA StatiCa มีความสามารถอะไรบ้าง?

IDEA StatiCa มีเครื่องมือสำหรับช่วยวิศวกรในการออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้าง ครอบคลุมตั้งแต่งานจุดต่อโครงสร้างเหล็ก การวิเคราะห์พฤติกรรมของ Connection การตรวจสอบตามมาตรฐานวิศวกรรม การเชื่อมต่อข้อมูลกับซอฟต์แวร์ Structural Analysis และ BIM ไปจนถึงการจัดทำรายงานผลการคำนวณ โดยความสามารถหลักของโปรแกรมมีดังนี้
1. ออกแบบและตรวจสอบจุดต่อโครงสร้างเหล็ก
IDEA StatiCa รองรับการออกแบบและตรวจสอบ Steel Connection ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จุดต่อทั่วไปไปจนถึง Connection ที่มี Geometry และเงื่อนไขการรับแรงที่ซับซ้อน เช่น Beam-to-Column, Beam-to-Beam, Column-to-Column และ Base Plate รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น Bolt, Weld, Plate, Stiffener และ Anchor
ผู้ใช้งานสามารถสร้างโมเดล 3D ของจุดต่อ กำหนด Member, Material, Load และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบ เพื่อช่วยให้สามารถพิจารณาพฤติกรรมของ Connection และองค์ประกอบแต่ละส่วนได้ภายในโมเดลเดียว
2. วิเคราะห์ Connection ด้วยเทคโนโลยี CBFEM
IDEA StatiCa ใช้เทคโนโลยี CBFEM (Component-Based Finite Element Method) ซึ่งนำแนวคิดของ Component Method มาทำงานร่วมกับ Finite Element Method (FEM) สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมขององค์ประกอบต่าง ๆ ภายใน Connection
ผลการวิเคราะห์สามารถแสดงผ่านโมเดล 3D ช่วยให้วิศวกรตรวจสอบ Stress, Strain, Deformation และการกระจายแรงภายในจุดต่อ ทำให้สามารถมองเห็นบริเวณที่ควรให้ความสำคัญและนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการออกแบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
3. ตรวจสอบตามมาตรฐานวิศวกรรม
IDEA StatiCa มีเครื่องมือ Code Check สำหรับตรวจสอบผลการออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรมที่โปรแกรมรองรับ เช่น Eurocode และ AISC โดยสามารถตรวจสอบองค์ประกอบต่าง ๆ ของ Connection เช่น Plate, Bolt, Weld และ Anchor ตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่เลือกใช้
ผลการตรวจสอบช่วยให้วิศวกรสามารถพิจารณาว่าองค์ประกอบส่วนใดผ่านเกณฑ์หรือควรได้รับการปรับปรุง พร้อมแก้ไขรายละเอียดของ Connection และทำการวิเคราะห์ใหม่ได้ภายใน Workflow เดียวกัน
4. วิเคราะห์ Buckling และ Stiffness
นอกจากการวิเคราะห์ Stress และ Deformation แล้ว IDEA StatiCa ยังสามารถใช้วิเคราะห์ Buckling เพื่อประเมินพฤติกรรมการโก่งเดาะขององค์ประกอบ และวิเคราะห์ Stiffness เพื่อประเมินความแข็งและพฤติกรรมของจุดต่อภายใต้แรงที่กระทำ
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ช่วยให้วิศวกรสามารถพิจารณาพฤติกรรมของ Connection ได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่จุดต่อมี Geometry หรือองค์ประกอบหลายส่วนทำงานร่วมกัน
5. Connection Library และ Template
IDEA StatiCa มี Connection Library สำหรับค้นหาและเลือกใช้รูปแบบ Connection ที่สามารถนำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการออกแบบ ผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบที่ใกล้เคียงกับงานจริง แล้วปรับ Geometry, Member และรายละเอียดต่าง ๆ ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ
นอกจากนี้ยังสามารถจัดเก็บรูปแบบ Connection ที่ใช้งานเป็นประจำเป็น Template เพื่อนำกลับมาใช้กับงานอื่น ช่วยลดขั้นตอนการสร้าง Connection ใหม่ตั้งแต่ต้น และทำให้การทำงานกับจุดต่อที่มีรูปแบบใกล้เคียงกันสะดวกมากขึ้น
6. เชื่อมต่อ Structural Analysis และ BIM ผ่าน Checkbot
IDEA StatiCa มี Checkbot สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลกับซอฟต์แวร์ Structural Analysis, FEA และ BIM ที่รองรับ ทำให้สามารถนำข้อมูลจากโมเดลโครงสร้าง เช่น Geometry, Member และ Load มาใช้ในการออกแบบและตรวจสอบต่อภายใน IDEA StatiCa
การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนการสร้างโมเดลและป้อนข้อมูลเดิมซ้ำ และช่วยให้ Workflow ตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างไปจนถึงการออกแบบและตรวจสอบ Connection มีความต่อเนื่องมากขึ้น
7. สร้าง Calculation Report
หลังจากออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างแล้ว IDEA StatiCa สามารถสร้าง Calculation Report ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญของงานออกแบบและผลการตรวจสอบ เช่น Geometry, Material, Load, ผลการวิเคราะห์ และ Code Check
ผู้ใช้งานสามารถนำรายงานไปใช้ประกอบการตรวจสอบหรือจัดทำเอกสารทางวิศวกรรม ทำให้ข้อมูลตั้งแต่รายละเอียดของโมเดลไปจนถึงผลการคำนวณและตรวจสอบถูกจัดเก็บและนำเสนอได้อย่างเป็นระบบ
IDEA StatiCa มีแพ็กเกจอะไรบ้าง?

IDEA StatiCa มีแพ็กเกจให้เลือกตามประเภทของงานออกแบบและตรวจสอบโครงสร้าง ตั้งแต่งานโครงสร้างเหล็ก งานวิเคราะห์รายละเอียดของโครงสร้างคอนกรีต ไปจนถึงแพ็กเกจที่รวมเครื่องมือสำหรับงาน Steel และ Concrete ไว้ด้วยกัน การเลือกแพ็กเกจจึงควรพิจารณาจากประเภทของโครงสร้าง ลักษณะงาน และเครื่องมือที่ต้องการใช้งานเป็นหลัก
IDEA StatiCa Steel
IDEA StatiCa Steel เป็นแพ็กเกจสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างเหล็ก ครอบคลุมทั้งงาน Steel Connection และ Steel Member สามารถใช้กับจุดต่อได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Bolted Connection, Welded Connection, Base Plate และ Steel-to-Concrete Anchoring ไปจนถึง Connection ที่มีรูปทรงและเงื่อนไขการรับแรงที่ซับซ้อน
ภายในแพ็กเกจประกอบด้วยเครื่องมือสำหรับงาน Connection และ Member ทำให้สามารถออกแบบและตรวจสอบทั้งจุดต่อและองค์ประกอบโครงสร้างเหล็ก รวมถึงการวิเคราะห์ Stability และ Buckling ของ Member ได้ เหมาะสำหรับวิศวกรและองค์กรที่ทำงานด้านโครงสร้างเหล็กเป็นหลัก
IDEA StatiCa Detail
IDEA StatiCa Detail เป็นแพ็กเกจสำหรับงานออกแบบและตรวจสอบรายละเอียดของโครงสร้างคอนกรีต เช่น Concrete Wall, Member และบริเวณ D-regions (Discontinuity Regions) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการกระจายความเค้นและการถ่ายแรงที่ซับซ้อน
โปรแกรมสามารถใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของโครงสร้าง ตรวจสอบ Nonlinear Deflection รวมถึงตรวจสอบทั้ง Ultimate Limit State (ULS) และ Serviceability Limit State (SLS) เช่น กำลังของคอนกรีตและเหล็กเสริม ความกว้างของรอยแตกร้าว และข้อจำกัดด้านความเค้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์รายละเอียดของโครงสร้างคอนกรีตในบริเวณที่มีความซับซ้อน
IDEA StatiCa Concrete
IDEA StatiCa Concrete เป็นแพ็กเกจที่ครอบคลุมเครื่องมือสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีตมากกว่า Detail โดยรวม Application สำหรับงาน Concrete หลายประเภทไว้ด้วยกัน
สามารถนำไปใช้กับงาน Concrete Wall, D-regions, Concrete Member, Concrete Cross-section รวมถึงงาน Prestressed Concrete และองค์ประกอบของสะพาน พร้อมเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์และตรวจสอบทั้ง ULS และ SLS ตามมาตรฐานที่รองรับ จึงเหมาะสำหรับวิศวกรที่ต้องทำงานออกแบบโครงสร้างคอนกรีตหลากหลายรูปแบบและต้องการเครื่องมือที่ครอบคลุมมากขึ้น
IDEA StatiCa Complete
IDEA StatiCa Complete เป็นแพ็กเกจที่รวม Application ของ IDEA StatiCa สำหรับทั้งงาน Steel และ Concrete ไว้ในชุดเดียว ประกอบด้วย Connection, Detail, Checkbot, RCS, Beam และ Member
จึงสามารถใช้งานได้ตั้งแต่การออกแบบ Steel Connection และ Steel Member ไปจนถึงการวิเคราะห์และตรวจสอบ Concrete Member, Concrete Detail และ Cross-section เหมาะสำหรับวิศวกรหรือองค์กรที่มีงานทั้งโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต และต้องการใช้งานเครื่องมือของ IDEA StatiCa ได้อย่างครอบคลุม
IDEA StatiCa Enterprise
IDEA StatiCa Enterprise ครอบคลุมความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ใน IDEA StatiCa Complete พร้อมเพิ่มสิทธิ์และความสามารถสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร เช่น การใช้งาน License ได้ทั่วโลก จำนวน License Users ไม่จำกัด Priority Support, Multi-year Contract รวมถึง API Support และ Robot-based Workflows
แพ็กเกจนี้จึงเหมาะสำหรับบริษัทวิศวกรรมหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก มีทีมงานในหลายประเทศ หรือต้องการเชื่อมต่อ IDEA StatiCa เข้ากับระบบและ Workflow ขององค์กรในระดับที่สูงขึ้น
IDEA StatiCa ราคาเท่าไหร่?
IDEA StatiCa ราคาจะแตกต่างกันตามแพ็กเกจและรูปแบบ License ที่เลือก โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 แพ็กเกจ ได้แก่ Steel, Detail, Concrete, Complete และ Enterprise พร้อมรูปแบบ License ทั้ง Subscription สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด และ Perpetual สำหรับการใช้งานในระยะยาว
เพื่อให้เปรียบเทียบราคาและเลือกแพ็กเกจได้ง่ายขึ้น สามารถดูราคาเริ่มต้นของแต่ละแพ็กเกจได้ดังนี้
| แพ็กเกจ IDEA StatiCa |
Subscription ราคาเริ่มต้น |
Perpetual License |
|---|---|---|
| IDEA StatiCa Steel | 23,100 บาท | 276,000 บาท |
| IDEA StatiCa Detail | 15,000 บาท | 175,500 บาท |
| IDEA StatiCa Concrete | 25,600 บาท | 301,000 บาท |
| IDEA StatiCa Complete | 31,500 บาท | 376,500 บาท |
| IDEA StatiCa Enterprise | 40,000 บาท | 477,000 บาท |
IDEA StatiCa Subscription และ Perpetual ต่างกันอย่างไร?
นอกจากการเลือกแพ็กเกจ IDEA StatiCa ให้เหมาะกับประเภทของงานแล้ว รูปแบบ License ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ โดย IDEA StatiCa มีทั้ง Subscription License สำหรับการใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด และ Perpetual License สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์แบบไม่จำกัดระยะเวลา

IDEA StatiCa Subscription License
Subscription License เป็นรูปแบบการใช้งานตามระยะเวลาที่เลือก เหมาะสำหรับผู้ใช้งานหรือองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหาร License และค่าใช้จ่าย โดยสามารถเลือกระยะเวลาการใช้งานให้เหมาะกับโครงการหรือแผนการใช้งานขององค์กรได้
ตลอดระยะเวลาของ Subscription ผู้ใช้งานสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ พร้อมรับ Software Version ใหม่และ Technical Support ตามเงื่อนไขของ IDEA StatiCa
รูปแบบนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานโดยไม่ต้องลงทุนกับ Perpetual License ตั้งแต่แรก รวมถึงบริษัทที่ต้องการปรับจำนวน License หรือระยะเวลาการใช้งานให้สอดคล้องกับปริมาณงานในแต่ละช่วง
IDEA StatiCa Perpetual License
Perpetual License เป็นรูปแบบ License ที่ให้สิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์แบบไม่จำกัดระยะเวลา เหมาะสำหรับผู้ใช้งานหรือองค์กรที่มีแผนใช้ IDEA StatiCa อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และต้องการถือสิทธิ์การใช้งาน License ไว้โดยไม่ต้องต่ออายุ Subscription เพื่อคงสิทธิ์ในการใช้งาน
นอกจากนี้ ผู้ใช้งาน Perpetual License ยังสามารถเลือกต่อ Maintenance เพื่อรับ Software Version ใหม่และ Technical Support อย่างต่อเนื่อง ตามเงื่อนไขของ IDEA StatiCa ได้
ควรเลือกใช้งาน Subscription หรือ Perpetual ดี?
หากต้องการใช้งาน IDEA StatiCa ในช่วงเวลาที่กำหนด ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณ หรือยังไม่แน่ใจถึงปริมาณการใช้งานในระยะยาว Subscription License อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
ในทางกลับกัน หากองค์กรมีงานออกแบบและตรวจสอบโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง และวางแผนใช้งาน IDEA StatiCa เป็นระยะเวลาหลายปี Perpetual License อาจเหมาะกับการใช้งานมากกว่า โดยควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการซื้อ License และค่า Maintenance ประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและแผนการใช้งานขององค์กร
ดังนั้น ไม่มีรูปแบบ License ใดที่เหมาะกับทุกองค์กร การเลือก Subscription หรือ Perpetual ควรพิจารณาจาก ระยะเวลาการใช้งาน งบประมาณ จำนวนผู้ใช้งาน และลักษณะของโครงการ เพื่อให้ได้รูปแบบ License ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากที่สุด
IDEA StatiCa เหมาะกับใคร?

IDEA StatiCa เหมาะสำหรับวิศวกรและองค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้าง ทั้งงานโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต โดยสามารถนำเครื่องมือของโปรแกรมมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับลักษณะงานและขั้นตอนการทำงานของแต่ละโครงการได้
วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer)
เหมาะสำหรับวิศวกรที่ต้องออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้าง สามารถใช้ IDEA StatiCa ในการตรวจสอบ Steel Connection, Steel Member และองค์ประกอบโครงสร้างคอนกรีต รวมถึงตรวจสอบผลตามมาตรฐานวิศวกรรมที่รองรับ
วิศวกรออกแบบจุดต่อโครงสร้างเหล็ก (Steel Connection Designer)
สำหรับผู้ที่ทำงานกับจุดต่อโครงสร้างเหล็ก เช่น Bolt, Weld, Base Plate, Anchor และ Stiffener สามารถใช้ IDEA StatiCa สร้างและวิเคราะห์ Connection ตั้งแต่รูปแบบทั่วไปไปจนถึงจุดต่อที่มี Geometry และการรับแรงซับซ้อน
บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม (Engineering Consultant)
บริษัทที่ปรึกษาหรือทีมออกแบบสามารถนำ IDEA StatiCa มาใช้กับโครงการที่มีรูปแบบโครงสร้างแตกต่างกัน พร้อมจัดทำ Calculation Report และผล Code Check เพื่อใช้ประกอบกระบวนการออกแบบและตรวจสอบทางวิศวกรรม
ผู้ผลิตและประกอบโครงสร้างเหล็ก (Steel Fabricator)
เหมาะสำหรับผู้ผลิตและประกอบโครงสร้างเหล็กที่ต้องทำงานร่วมกับรายละเอียด Connection สามารถใช้โปรแกรมเพื่อช่วยตรวจสอบจุดต่อและรายละเอียดองค์ประกอบต่าง ๆ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและติดตั้ง
บริษัทออกแบบและก่อสร้าง
องค์กรที่มีทั้งงานออกแบบโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตสามารถเลือกแพ็กเกจ IDEA StatiCa ตามประเภทของโครงการ รวมถึงเชื่อมต่อข้อมูลกับ Structural Analysis และ BIM Software ที่รองรับ เพื่อให้ข้อมูลจากขั้นตอนการวิเคราะห์สามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบรายละเอียดของโครงสร้างต่อได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IDEA StatiCa
1. IDEA StatiCa คืออะไร?
ตอบ: IDEA StatiCa คือโปรแกรมสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างสำหรับวิศวกรโครงสร้าง รองรับทั้งงาน Steel และ Concrete โดยมีเครื่องมือสำหรับงาน Steel Connection, Steel Member และองค์ประกอบโครงสร้างคอนกรีต พร้อมการวิเคราะห์และตรวจสอบผลตามมาตรฐานวิศวกรรมที่รองรับ
2. IDEA StatiCa ราคาเท่าไหร่?
ตอบ: IDEA StatiCa แบบ Subscription License ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท สำหรับระยะเวลาใช้งาน 1 เดือน ส่วน Perpetual License ราคาเริ่มต้น 175,500 บาท โดยราคาจะแตกต่างกันตามแพ็กเกจและรูปแบบ License ที่เลือกใช้งาน
3. IDEA StatiCa มีแพ็กเกจอะไรให้เลือกบ้าง?
ตอบ: IDEA StatiCa มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Steel, Detail, Concrete, Complete และ Enterprise โดยแต่ละแพ็กเกจมีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน ตั้งแต่งานโครงสร้างเหล็ก งานโครงสร้างคอนกรีต ไปจนถึงแพ็กเกจที่ครอบคลุมเครื่องมือสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร
4. IDEA StatiCa มี Perpetual License หรือไม่?
ตอบ: มี IDEA StatiCa มี Perpetual License สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์แบบไม่จำกัดระยะเวลา โดยสามารถเลือกต่อ Maintenance เพื่อรับ Software Version ใหม่และ Technical Support อย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไขของ IDEA StatiCa
5. IDEA StatiCa Subscription กับ Perpetual ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: Subscription License เป็นรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์ตามระยะเวลาที่เลือก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ส่วน Perpetual License ให้สิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์แบบไม่จำกัดระยะเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนใช้งาน IDEA StatiCa อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
6. IDEA StatiCa Steel กับ Concrete ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: IDEA StatiCa Steel เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเหล็ก ครอบคลุมงาน Steel Connection และ Steel Member ส่วน IDEA StatiCa Concrete เหมาะสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีต
7. IDEA StatiCa Detail ใช้สำหรับงานอะไร?
ตอบ: IDEA StatiCa Detail ใช้สำหรับงานออกแบบและตรวจสอบรายละเอียดของโครงสร้างคอนกรีต รองรับงาน เช่น Concrete Wall, Member และ D-regions (Discontinuity Regions) รวมถึงบริเวณที่มีการกระจายความเค้นและการถ่ายแรงที่ซับซ้อน
8. IDEA StatiCa สามารถออกแบบจุดต่อโครงสร้างเหล็กแบบใดได้บ้าง?
ตอบ: IDEA StatiCa รองรับ Steel Connection ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น Beam-to-Column, Beam-to-Beam, Bolted Connection, Welded Connection, Base Plate และ Anchoring รวมถึงจุดต่อที่มี Geometry และเงื่อนไขการรับแรงที่ซับซ้อน
สรุปเกี่ยวกับ IDEA StatiCa
IDEA StatiCa เป็นโปรแกรมสำหรับงานออกแบบ วิเคราะห์ และตรวจสอบโครงสร้าง ครอบคลุมทั้งงาน Steel และ Concrete พร้อมเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมของโครงสร้าง ตรวจสอบตามมาตรฐานวิศวกรรม และจัดทำ Calculation Report เพื่อช่วยให้กระบวนการออกแบบและตรวจสอบทำงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ด้วยแพ็กเกจและรูปแบบ License ที่มีให้เลือกหลากหลาย ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เหมาะกับประเภทของงาน ตั้งแต่งานออกแบบและตรวจสอบจุดต่อโครงสร้างเหล็ก งาน Steel Member ไปจนถึงงานวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างคอนกรีต
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรพิจารณาจาก ประเภทของงาน เครื่องมือที่ต้องการ ระยะเวลาการใช้งาน และรูปแบบ License เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการทำงานและงบประมาณขององค์กร หากยังไม่แน่ใจว่าแพ็กเกจใดเหมาะกับการใช้งาน สามารถสอบถามรายละเอียดและรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากทีมงาน AppliCAD เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่ LINE OA: @applicadshop







Share:
โปรแกรม SOLIDWORKS สำหรับออกแบบ 3D คืออะไร? ใช้ทำอะไรได้บ้าง