ในยุคที่งานออกแบบและก่อสร้างมีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรวดเร็วในการส่งมอบงานกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทวิศวกรรมและบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หลายองค์กรเริ่มเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขแบบหลายรอบ การทำงานซ้ำระหว่างทีมเขียนแบบและทีมคำนวณ รวมถึงการเสียเวลาจำนวนมากไปกับงาน Detailing และการจัดทำ Drawing ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้ทรัพยากรค่อนข้างสูงในงานวิศวกรรมโครงสร้าง

ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้างรุ่นใหม่จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “คำนวณโครงสร้าง” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องสามารถเชื่อมต่อ Workflow ทั้งระบบ ตั้งแต่การขึ้นโมเดล วิเคราะห์ ออกแบบ ไปจนถึงการสร้างแบบก่อสร้างได้แบบอัตโนมัติ หนึ่งในโปรแกรมที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการวิศวกรรมโครงสร้างก็คือ ProtaStructure โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ที่ช่วยลดเวลาเขียนแบบและงาน Detailing ได้มากกว่า 70%

ProtaStructure คืออะไร?

ProtaStructure คือโปรแกรมสำหรับงานวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างอาคารแบบ BIM (Building Information Modeling) ที่ถูกพัฒนามาเพื่อให้วิศวกรโครงสร้างสามารถทำงานได้ครบใน Workflow เดียว โดยภายในโปรแกรมจะครอบคลุมตั้งแต่การสร้างโมเดลอาคาร 3 มิติ การวิเคราะห์แรง การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตและโครงสร้างเหล็ก ไปจนถึงการสร้างแบบ Drawing และรายละเอียดเหล็กเสริมแบบอัตโนมัติ

สิ่งที่ทำให้ ProtaStructure แตกต่างจากโปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้างแบบดั้งเดิม คือแนวคิดของการทำงานแบบ Integrated BIM Workflow ที่ทุกข้อมูลเชื่อมต่อกันจากโมเดลหลักเพียงตัวเดียว เมื่อมีการแก้ไขโมเดล ระบบสามารถอัปเดตข้อมูลการวิเคราะห์ แบบ Drawing และรายการต่างๆ ให้สอดคล้องกันได้ทันที ช่วยลดปัญหาความผิดพลาดจากการแก้ไขข้อมูลหลายจุด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของงานออกแบบโครงสร้างในปัจจุบัน

ทำไม ProtaStructure ถึงได้รับความนิยมในงานวิศวกรรมโครงสร้าง?

ปัจจุบันหลายบริษัทออกแบบเริ่มให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Productivity ของทีมวิศวกรรมมากขึ้น เพราะปริมาณโครงการก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ระยะเวลาส่งมอบงานกลับสั้นลง อีกทั้งมาตรฐานการทำงานยุคใหม่ยังต้องรองรับ BIM Workflow และการประสานงานร่วมกันระหว่างสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา ทำให้กระบวนการออกแบบโครงสร้างต้องมีทั้ง “ความเร็ว” และ “ความแม่นยำ” ควบคู่กัน

ในอดีต Workflow ของงานโครงสร้างมักแยกการทำงานออกเป็นหลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง โปรแกรมเขียนแบบ และโปรแกรมทำ Detailing ส่งผลให้ทีมงานต้องเสียเวลาในการ Export และ Import ข้อมูลระหว่างระบบอยู่ตลอด รวมถึงต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำหลายรอบ ซึ่งเพิ่มทั้งระยะเวลาทำงานและความเสี่ยงต่อ Human Error

ProtaStructure จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยแนวคิด “All-in-One Structural BIM Workflow” ที่รวมขั้นตอนสำคัญของงานวิศวกรรมโครงสร้างไว้ภายในระบบเดียว วิศวกรสามารถสร้างโมเดล วิเคราะห์แรง ออกแบบสมาชิกโครงสร้าง และสร้างแบบ Drawing ได้จากโมเดลเดียวกันทั้งหมด ทำให้ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ และช่วยให้ข้อมูลทุกส่วนมีความสอดคล้องกันมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการรองรับมาตรฐานการออกแบบทั้งสากลและมาตรฐานไทย โดยเฉพาะมาตรฐาน มยผ. ที่วิศวกรไทยใช้งานจริง เช่น มยผ.1301 และ มยผ.1302 สำหรับการออกแบบอาคารต้านทานแรงแผ่นดินไหว รวมถึงการวิเคราะห์แรงลมและโหลดต่าง ๆ ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทำให้วิศวกรสามารถออกแบบงานให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ

สำหรับประเทศไทยที่เริ่มให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารรองรับแรงแผ่นดินไหวมากขึ้น โดยเฉพาะอาคารสูง โรงพยาบาล โรงแรม และโครงการขนาดใหญ่ การมีระบบที่สามารถวิเคราะห์และออกแบบตามมาตรฐาน มยผ. ได้โดยตรง ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรเลือกใช้ ProtaStructure เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน

นอกจากนี้ ProtaStructure ยังรองรับการทำงานแบบ BIM และสามารถเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์อื่นได้ เช่น Revit, Tekla และ IFC Workflow ช่วยให้การประสานงานระหว่างทีมออกแบบและทีมก่อสร้างทำได้สะดวกมากขึ้น ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างหน้างานและแบบก่อสร้าง

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานหลายองค์กรให้ความสำคัญคือระบบ Auto Detailing และ Auto Drawing ซึ่งสามารถช่วยลดเวลาการจัดทำแบบโครงสร้างและรายละเอียดเหล็กเสริมได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับ Workflow แบบเดิม โดยเฉพาะในโครงการที่มีองค์ประกอบซ้ำจำนวนมาก เช่น อาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัย หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพราะระบบสามารถสร้างแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ได้อัตโนมัติจากโมเดลที่ออกแบบไว้แล้ว

เมื่อรวมความสามารถด้าน Modeling, Analysis, Design และ Detailing เข้าไว้ด้วยกัน ProtaStructure จึงช่วยให้ทีมวิศวกรทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบโครงการได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ProtaStructure ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในงานวิศวกรรมโครงสร้างยุคปัจจุบัน

ทำไม ProtaStructure ถึงช่วยลดเวลาเขียนแบบและงาน Detailing ได้มากกว่า 70%?

หนึ่งในปัญหาที่ใช้เวลามากที่สุดในงานวิศวกรรมโครงสร้างคือการจัดทำ Drawing และรายละเอียดเหล็กเสริม เพราะเมื่อมีการแก้ไขแบบ วิศวกรมักต้องกลับไปแก้ไขข้อมูลหลายจุด ทั้งในแบบ รายการคำนวณ และเอกสารประกอบต่างๆ

ProtaStructure ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ผ่านระบบ Auto Drawing และ Auto Detailing ที่ช่วยสร้าง:

  • แบบคาน
  • แบบเสา
  • แบบพื้น
  • แบบฐานราก
  • รูปตัด Section
  • Elevation
  • รายละเอียดเหล็กเสริม
  • Bar Bending Schedule

ได้จากโมเดลหลักโดยตรง เมื่อโมเดลมีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลทั้งหมดสามารถอัปเดตตามกันได้ทันที ทำให้ลดเวลาการแก้ไขงานซ้ำและช่วยให้มาตรฐานของแบบมีความสม่ำเสมอมากขึ้นทั้งองค์กร สำหรับบริษัทที่มีหลายโครงการพร้อมกัน หรือมีทีมวิศวกรจำนวนมาก ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างชัดเจน เพราะทีมสามารถใช้เวลาไปกับงานออกแบบและวิเคราะห์มากกว่าการแก้ไขเอกสารซ้ำหลายรอบ

ProtaStructure รองรับงานวิเคราะห์โครงสร้างรูปแบบไหนบ้าง?

ProtaStructure รองรับทั้งงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและโครงสร้างเหล็ก โดยสามารถใช้งานได้กับโครงการหลากหลายประเภท เช่น อาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัย อาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารเชิงพาณิชย์ โดยภายในโปรแกรมรองรับ:

  • 3D Structural Modeling
  • Finite Element Analysis
  • Wind Load Analysis
  • Seismic Analysis
  • RC Design
  • Steel Design
  • Composite Slab Design
  • Load Combination

รวมถึงรองรับการวิเคราะห์แรงแผ่นดินไหวและมาตรฐานการออกแบบระดับสากลหลายประเภท ทำให้เหมาะกับทั้งงานออกแบบทั่วไปและโครงการที่มีความซับซ้อนสูง

จุดเด่นอีกอย่างคือระบบ Structural BIM Modeling ที่ช่วยให้วิศวกรสามารถสร้างโมเดลโครงสร้างอาคารได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และออกแบบโดยอัตโนมัติ

ProtaStructure เหมาะกับใครบ้าง?

ProtaStructure ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างในรูปแบบ BIM Workflow ทำให้เหมาะกับทั้งวิศวกรโครงสร้าง บริษัทออกแบบ และองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้าน Structural Design ให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

จุดเด่นสำคัญของ ProtaStructure คือการรวมงาน Modeling, Structural Analysis, Design และ Detailing ไว้ในระบบเดียว ช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ ลดเวลาเขียนแบบ และช่วยให้การประสานงานระหว่างทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer)

ProtaStructure เหมาะกับวิศวกรโครงสร้างที่ต้องการโปรแกรมสำหรับ:

  • วิเคราะห์โครงสร้างอาคาร
  • ออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • ออกแบบโครงสร้างเหล็ก
  • วิเคราะห์แรงลมและแรงแผ่นดินไหว
  • ทำ Structural BIM Modeling

ภายในโปรแกรมสามารถสร้างโมเดลอาคาร 3 มิติ วิเคราะห์แรง และออกแบบโครงสร้างได้ภายใน Workflow เดียว ช่วยลดเวลาในการทำงานและลดการใช้หลายโปรแกรมร่วมกัน

นอกจากนี้ยังรองรับงาน Finite Element Analysis (FEA), RC Design และ Steel Design ทำให้เหมาะกับทั้งงานอาคารทั่วไปและโครงการที่มีความซับซ้อนสูง

บริษัทออกแบบวิศวกรรมและที่ปรึกษาโครงการ

สำหรับบริษัทออกแบบและที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ProtaStructure ช่วยเพิ่ม Productivity ของทีมได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะองค์กรที่มีหลายโครงการพร้อมกัน

ระบบ Auto Drawing และ Auto Detailing ช่วยลดเวลาในการจัดทำแบบก่อสร้างและรายละเอียดเหล็กเสริมได้มากกว่า 70% ทำให้ทีมสามารถส่งมอบงานได้เร็วขึ้น พร้อมลดปัญหาการแก้ไขแบบหลายรอบ

นอกจากนี้ยังช่วยให้มาตรฐานของแบบและเอกสารมีความสม่ำเสมอมากขึ้นทั้งองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัทที่ต้องบริหารหลายทีมพร้อมกัน

องค์กรที่เริ่มใช้งาน BIM Workflow

หลายองค์กรกำลังเปลี่ยนจาก Workflow แบบเดิมเข้าสู่ระบบ BIM เต็มรูปแบบ ซึ่ง ProtaStructure ถูกพัฒนามาให้รองรับการทำงานลักษณะนี้โดยเฉพาะ

ตัวโปรแกรมรองรับการทำงานร่วมกับ:

  • Revit
  • ETABS
  • SAP2000
  • Tekla Structures
  • IFC Workflow

ช่วยให้การประสานงานระหว่างทีมโครงสร้าง ทีมสถาปัตย์ และทีม MEP มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับองค์กรที่ต้องการลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างทีม และต้องการให้ข้อมูลทุกส่วนเชื่อมโยงกันจากโมเดลหลักเดียว ProtaStructure ถือเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ Structural BIM ที่ตอบโจทย์ได้ดีมาก

บริษัทรับเหมาก่อสร้างและงาน Design & Build

บริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือองค์กรที่ทำงานแบบ Design & Build สามารถใช้ ProtaStructure เพื่อช่วยลดเวลาในการประสานงานระหว่างฝ่ายออกแบบและฝ่ายก่อสร้างได้มากขึ้น

ภายในระบบรองรับ:

  • BOQ & Quantity Takeoff
  • Report Generator
  • BIM Coordination
  • Structural Documentation

ช่วยให้การจัดทำเอกสารก่อสร้าง การถอดปริมาณ และการวางแผนโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการความรวดเร็วในการส่งมอบงาน ระบบ Workflow แบบ BIM จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำและช่วยให้ทีมสามารถแก้ไขข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น

องค์กรที่ต้องการลดเวลาเขียนแบบและลด Human Error

หนึ่งในปัญหาหลักของงานวิศวกรรมโครงสร้างคือการแก้ไขข้อมูลหลายรอบระหว่าง:

  • โมเดล
  • แบบก่อสร้าง
  • รายการคำนวณ
  • รายละเอียดเหล็กเสริม

ProtaStructure ช่วยแก้ปัญหานี้ผ่านแนวคิด Integrated BIM Workflow ที่ทุกข้อมูลเชื่อมโยงกันจากโมเดลหลักเพียงชุดเดียว

เมื่อมีการแก้ไขโมเดล ข้อมูลด้านการวิเคราะห์ แบบ Drawing และ BOQ สามารถอัปเดตตามได้ทันที ช่วยลด Human Error และลดเวลาการทำงานซ้ำได้อย่างมาก

ProtaStructure ราคาเท่าไร และมี License กี่แบบ?

ProtaStructure ปัจจุบันมี Package ให้เลือกหลักๆ 2 รูปแบบ ได้แก่:

  • Subscription License ราคาเริ่มต้นประมาณ 142,000 บาท
  • Perpetual License ราคาเริ่มต้นประมาณ 406,250 บาท

โดยแต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานขององค์กรที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านงบประมาณ จำนวนผู้ใช้งาน และรูปแบบ Workflow ภายในทีมวิศวกรรม

Subscription License

Subscription License คือรูปแบบการใช้งานแบบรายปี เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานด้วยงบประมาณเริ่มต้นที่ต่ำกว่า หรือองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหาร License ภายในทีม

License รูปแบบนี้เหมาะกับ:

  • บริษัทที่รับงานเป็น Project-Based
  • ทีมวิศวกรที่จำนวนผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงบ่อย
  • องค์กรที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน BIM Workflow
  • บริษัทที่ต้องการใช้งานเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ

นอกจากนี้ Subscription License ยังช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงเวอร์ชันล่าสุดของ ProtaStructure ได้ตลอด พร้อมรองรับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

Perpetual License

Perpetual License คือ License แบบซื้อขาดที่สามารถใช้งานได้ระยะยาว เหมาะกับองค์กรที่มีทีมวิศวกรใช้งานต่อเนื่อง และต้องการลงทุนกับระบบ Structural BIM ในระยะยาว

รูปแบบนี้ช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • ชำระครั้งเดียว ใช้งานได้ระยะยาว
  • ลดต้นทุนรายปีในอนาคต
  • เหมาะกับทีมที่ใช้งานประจำ
  • รองรับ Workflow BIM แบบเต็มรูปแบบ

Perpetual License เป็นรูปแบบ Lifetime License ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเวอร์ชันที่ซื้อได้แบบถาวร หลังจากชำระค่า License ครั้งเดียว หลายบริษัทวิศวกรรมและบริษัทออกแบบจึงเลือกใช้ License รูปแบบนี้ เพราะช่วยให้บริหารต้นทุนซอฟต์แวร์ระยะยาวได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะองค์กรที่มีงานวิเคราะห์โครงสร้างและงาน BIM ใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ProtaStructure

1. ProtaStructure ใช้แทนโปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้างเดิมได้หรือไม่?

ตอบ: ProtaStructure สามารถใช้สำหรับงานวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างได้ครบทั้ง Workflow ตั้งแต่ Modeling, Analysis, Design ไปจนถึง Auto Drawing และ Auto Detailing ทำให้หลายองค์กรเริ่มเปลี่ยนจากการใช้หลายโปรแกรมแยกกัน มาใช้ระบบแบบ Integrated BIM Workflow มากขึ้น

2. ProtaStructure รองรับ BIM Workflow หรือไม่?

ตอบ: ProtaStructure รองรับ Structural BIM Workflow เต็มรูปแบบ พร้อมเชื่อมต่อกับ Revit, ETABS, SAP2000, Tekla Structures และ IFC Workflow ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ProtaStructure ช่วยลดเวลาเขียนแบบได้จริงหรือไม่?

ตอบ: ระบบ Auto Drawing และ Auto Detailing ของ ProtaStructure ช่วยลดเวลาในการจัดทำแบบก่อสร้างและรายละเอียดเหล็กเสริมได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับ Workflow แบบเดิม

4. ProtaStructure รองรับงานโครงสร้างประเภทใดบ้าง?

ตอบ: รองรับทั้งโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC) และโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) รวมถึงงานอาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารเชิงพาณิชย์

5. ProtaStructure เหมาะกับใครบ้าง?

ตอบ: เหมาะกับวิศวกรโครงสร้าง บริษัทออกแบบวิศวกรรม บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ทีม BIM Structure และองค์กรที่ต้องการลดเวลาเขียนแบบและเพิ่ม Productivity ในการทำงาน

6. ProtaStructure ราคาเท่าไร?

ตอบ: ปัจจุบันมี License ให้เลือกหลักๆ 2 รูปแบบ ได้แก่ Subscription License ราคาเริ่มต้นประมาณ 142,000 บาท และ Perpetual License ราคาเริ่มต้นประมาณ 406,250 บาท

7. Subscription License และ Perpetual License ต่างกันอย่างไร?

ตอบ: Subscription License เป็นรูปแบบรายปี เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่น ส่วน Perpetual License คือแบบซื้อขาด เหมาะกับองค์กรที่ใช้งานระยะยาวและมีทีมวิศวกรใช้งานต่อเนื่อง

8. ProtaStructure ช่วยลด Human Error ได้อย่างไร?

ตอบ: ทุกข้อมูลภายในโปรแกรมเชื่อมโยงกันจากโมเดลหลักเดียว เมื่อมีการแก้ไขโมเดล ข้อมูลด้าน Analysis, Drawing และ BOQ สามารถอัปเดตตามได้ทันที ช่วยลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกันและลดงานแก้ไขซ้ำ

9. ProtaStructure แตกต่างจากโปรแกรมทั่วไปอย่างไร?

ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือการรวม Modeling, Structural Analysis, Design, Auto Drawing และ Auto Detailing ไว้ในโปรแกรมเดียว ช่วยลดการ Export / Import ข้อมูล และช่วยให้ Workflow ทำงานได้รวดเร็วขึ้น

10. ProtaStructure รองรับการทำงานร่วมกับ Revit หรือไม่?

ตอบ: ProtaStructure รองรับการเชื่อมต่อกับ Revit และ BIM Software อื่นผ่าน IFC Workflow ช่วยให้การ Coordination ระหว่างทีมโครงสร้างและทีมสถาปัตย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปเกี่ยวกับ ProtaStructure

ProtaStructure เป็นโปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างแบบ BIM ที่ช่วยให้วิศวกรสามารถทำงานได้ครบทั้ง Workflow ตั้งแต่การขึ้นโมเดล วิเคราะห์แรง ออกแบบโครงสร้าง ไปจนถึงการสร้างแบบก่อสร้างและรายละเอียดเหล็กเสริมแบบอัตโนมัติภายในระบบเดียว

จุดเด่นสำคัญคือการทำงานแบบ Integrated BIM Workflow ที่ช่วยลดเวลาเขียนแบบ ลดงานซ้ำ ลด Human Error และช่วยเพิ่ม Productivity ของทีมวิศวกรได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการพัฒนา Workflow ไปสู่ระบบ Structural BIM แบบเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ProtaStructure ยังรองรับการทำงานร่วมกับ Revit, ETABS, SAP2000 และ BIM Software อื่นๆ ทำให้การ Coordination ระหว่างทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้การส่งมอบงานทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

หากสนใจโปรแกรม ProtaStructure หรือต้องการขอใบเสนอราคา สามารถติดต่อ ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมบริการให้คำปรึกษา อบรมการใช้งาน และดูแลหลังการขายโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง

หากสนใจโปรแกรม ProtaStructure สามารถติดต่อขอใบเสนอราคาผ่าน AppliCAD Shop เพื่อรับข้อเสนอพิเศษ พร้อมคำแนะนำในการเลือก License ที่เหมาะกับลักษณะงานจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง

SOLIDWORKS Term License เริ่มใช้ SOLIDWORKS แบบรายปี สำหรับทีมออกแบบยุคใหม่

SOLIDWORKS Term License เริ่มใช้ SOLIDWORKS แบบรายปี สำหรับทีมออกแบบยุคใหม่

SOLIDWORKS Term License ทางเลือกสำหรับทีมออกแบบยุคใหม่ที่ต้องการ CAD ระดับมืออาชีพแบบรายปี พร้อมสิทธิ์เข้าร่วม AppDul AI Preview เพื่อทดลองใช้ AI ในงานออกแบบ งานนำเสนอ และการสร้างสื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างคุ้มค่า

อ่านเพิ่มเติม

SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร? มีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?

SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร? มีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?

SHINING 3D Scanner คือเครื่องสแกน 3 มิติที่ได้รับความนิยมในงาน Reverse Engineering, Inspection และ Product Design โดยมีให้เลือกตั้งแต่รุ่นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาไปรู้จักรุ่นยอดนิยมอย่าง EinScan Rigil, EinScan Rigil Lite, EINSTAR Rockit และ EINSTAR 2 พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่น การใช้งาน และแนวทางเลือกเครื่องให้เหมาะกับ Workflow ของแต่ละธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม

ProtaStructure ราคาเท่าไร? โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ลดเวลาเขียนแบบ

ProtaStructure ราคาเท่าไร? โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ลดเวลาเขียนแบบ

ProtaStructure โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ที่ช่วยลดเวลาเขียนแบบและงาน Detailing ได้มากกว่า 70% รองรับทั้งงาน Modeling, Analysis, Design และ Auto Drawing ภายใน Workflow เดียว พร้อมเชื่อมต่อ Revit, ETABS และ BIM Software อื่นๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลด Human Error ในงานวิศวกรรมโครงสร้างยุคใหม่

อ่านเพิ่มเติม

LINE ติดต่อสอบถาม