ในปัจจุบันเทคโนโลยี 3D Scanner กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงาน Reverse Engineering, Quality Inspection, Product Design, Manufacturing หรือแม้แต่งานสแกนเพื่อสร้าง Digital Twin ทำให้หลายองค์กรเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง 3D Scanner มากขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเครื่องสแกน 3 มิติจากแบรนด์ SHINING 3D พร้อมเปรียบเทียบรุ่นเด่นๆ และความแตกต่างของแต่ละรุ่น เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับลักษณะงานและธุรกิจมากขึ้น

SHINING 3D Scanner คืออะไร?

SHINING 3D คือผู้พัฒนาเทคโนโลยี 3D Scanner ที่ได้รับความนิยมในระดับสากล โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิต วิศวกรรม งานออกแบบผลิตภัณฑ์ และงานตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วน จุดเด่นของ SHINING 3D คือการพัฒนาเครื่องสแกนที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่งานเริ่มต้นไปจนถึงงาน Industrial Grade ที่ต้องการความละเอียดและความแม่นยำสูง หลายรุ่นรองรับทั้งการสแกนแบบ Full Color, Blue Laser, Infrared รวมถึง Workflow แบบ Wireless และ Standalone ซึ่งช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น

ปัจจุบัน SHINING 3D Scanner ถูกนำไปใช้งานในหลายอุตสาหกรรม เช่น Automotive, Aerospace, Mold & Die, Product Design, Manufacturing, Medical และ Education โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการนำเทคโนโลยี 3D Scanning ไปใช้ในงาน Reverse Engineering และ Inspection

SHINING 3D Scanner มีรุ่นอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน SHINING 3D มีเครื่องสแกน 3 มิติหลายรุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานแตกต่างกัน ตั้งแต่งานสแกนทั่วไป งาน Creator และ Product Design ไปจนถึงงาน Reverse Engineering และ Inspection ระดับอุตสาหกรรม โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีดังนี้

SHINING 3D EinScan Rigil Lite

EinScan Rigil Lite เป็น 3D Scanner ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานด้านวิศวกรรมและ Reverse Engineering ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานระบบสแกนระดับ Professional มากขึ้น ตัวเครื่องรองรับเทคโนโลยี Hybrid Light Source ที่รวม Blue Laser และ Infrared เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้สามารถสแกนได้ทั้งงานที่ต้องการความละเอียดสูงและงานที่ต้องการความรวดเร็วในการเก็บข้อมูล 3 มิติ

รุ่นนี้รองรับการทำงานแบบ Tri-Mode Workflow ทั้ง Standalone, Wireless PC และ Wired PC ทำให้ใช้งานได้ทั้งในโรงงานและหน้างานจริง เหมาะสำหรับงาน Product Development, Manufacturing และ Engineering Workflow ที่ต้องการนำข้อมูลไปทำ Reverse Engineering ต่อใน CAD Software ได้สะดวกมากขึ้น

จุดเด่นของ EinScan Rigil Lite

  • Hybrid Light Source รองรับทั้ง Blue Laser และ IR VCSEL

  • 17+17 Crossed Blue Laser Lines

  • รองรับ Tri-Mode Workflow

  • ใช้งานแบบ Wireless ได้

  • ความละเอียดสูงสุดระดับ 0.05 mm

  • เหมาะสำหรับ Reverse Engineering และ Product Development

  • รองรับการสแกนทั้งชิ้นงานขนาดเล็กและขนาดกลาง

SHINING 3D EinScan Rigil

EinScan Rigil เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาสำหรับงานอุตสาหกรรมและงาน Inspection ที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะงาน Automotive, Mold & Die และ Reverse Engineering ระดับจริงจัง

เมื่อเปรียบเทียบกับ EinScan Rigil Lite รุ่น Rigil จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าในหลายด้าน ทั้งความเร็วในการสแกน จำนวนเส้นเลเซอร์ และ Hardware ภายในเครื่อง โดย Rigil ใช้ระบบ 25+25 Crossed Blue Laser Lines ซึ่งเร็วกว่า Rigil Lite ที่ใช้ 17+17 Crossed Blue Laser Lines ประมาณ 40% ทำให้เหมาะกับงานสแกนชิ้นส่วนขนาดใหญ่หรือโปรเจกต์ที่ต้องการ Workflow ที่รวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมี RAM และ Storage ภายในมากกว่า ช่วยให้รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับองค์กรหรือโรงงานที่ต้องใช้งาน 3D Scanner อย่างจริงจังในระดับ Professional และ Industrial Workflow

จุดเด่นของ EinScan Rigil

  • 25+25 Crossed Blue Laser Lines
  • ความเร็วในการสแกนสูงกว่า Rigil Lite ประมาณ 40%
  • Volumetric Accuracy สูงถึง 0.04 + 0.06 mm/m
  • รองรับงาน Inspection และ Reverse Engineering ระดับอุตสาหกรรม
  • Built-in Computing ภายในเครื่อง
  • RAM 32GB DDR5 และ SSD 1TB
  • รองรับ Full Color Texture Scanning
  • เหมาะสำหรับ Automotive, Mold & Die และ Engineering Workflow

SHINING 3D EINSTAR Rockit

EINSTAR Rockit เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้งานได้สะดวกมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Workflow แบบพกพา หรือใช้งานในพื้นที่จำกัด

รุ่นนี้เหมาะกับงาน Maker, Product Design, Automotive Custom และงาน Reverse Engineering ขนาดเล็กถึงกลาง ช่วยให้การเก็บข้อมูล 3 มิติทำได้รวดเร็วและง่ายขึ้น พร้อมรองรับการนำข้อมูลไปใช้งานต่อในงานออกแบบหรือการสร้างโมเดล CAD ได้สะดวกมากขึ้น

จุดเด่นของ EINSTAR Rockit

  • ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก

  • เหมาะกับงาน Reverse Engineering ขนาดเล็กถึงกลาง

  • Workflow ใช้งานง่าย

  • รองรับงาน Product Design และ Automotive Custom

  • เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัว

SHINING 3D EINSTAR 2

EINSTAR 2 เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Workflow ของ EINSTAR เดิม โดยเน้นเรื่องความเสถียร ความรวดเร็ว และประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน 3D Scanner รวมถึงองค์กรที่ต้องการเครื่องสแกนสำหรับงานทั่วไป

รุ่นนี้เหมาะกับงานด้าน Education, Creator, Product Design และงานสแกนทั่วไปที่ต้องการ Workflow ที่ไม่ซับซ้อน พร้อมรองรับการสแกนแบบ Full Color และการใช้งานที่เรียนรู้ได้ง่ายกว่าเครื่องสแกนระดับอุตสาหกรรม

เมื่อเปรียบเทียบกับ EINSTAR รุ่นเดิม ตัว EINSTAR 2 จะมีการปรับปรุงด้านความลื่นไหลในการสแกน การ Tracking วัตถุ และประสิทธิภาพโดยรวมให้ใช้งานได้เสถียรมากขึ้น ช่วยให้ Workflow ต่อเนื่องและใช้งานง่ายขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้น

จุดเด่นของ EINSTAR 2

  • เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

  • Workflow ใช้งานง่าย

  • รองรับ Full Color Scanning

  • เหมาะกับงาน Education และ Product Design

  • ความเสถียรและความลื่นไหลในการสแกนดีขึ้น

  • Tracking วัตถุได้ดีขึ้นกว่า EINSTAR รุ่นเดิม

  • เหมาะสำหรับงานสแกนทั่วไปและ Creator Workflow

เลือกใช้งาน SHINING 3D Scanner รุ่นไหนดี?

การเลือกใช้งาน SHINING 3D Scanner ควรพิจารณาจากลักษณะงานจริง งบประมาณ และ Workflow ที่ต้องการใช้งาน เพราะแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานแตกต่างกัน โดยสามารถเลือกได้ตามลักษณะงานดังนี้

  • หากเป็นผู้เริ่มต้นใช้งาน 3D Scanner
    แนะนำ EINSTAR 2 เพราะมี Workflow ที่ใช้งานง่าย รองรับ Full Color Scanning และเหมาะสำหรับงาน Education, Creator และ Product Design ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน 3D Scanning ได้ง่ายขึ้น

  • หากต้องการเครื่องสแกนขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก
    แนะนำ EINSTAR Rockit เพราะเหมาะกับงาน Reverse Engineering ขนาดเล็กถึงกลาง งาน Maker และงาน Automotive Custom ที่ต้องการ Workflow ที่คล่องตัวมากขึ้น

  • หากเริ่มเข้าสู่งาน Reverse Engineering และ Engineering Workflow
    แนะนำ EinScan Rigil Lite เพราะรองรับ Hybrid Light Source ทั้ง Blue Laser และ IR VCSEL รวมถึงรองรับ Tri-Mode Workflow เหมาะสำหรับงาน Product Development และ Manufacturing ที่ต้องการความละเอียดสูงขึ้น

  • หากต้องการงาน Inspection และ Reverse Engineering ระดับอุตสาหกรรม
    แนะนำ EinScan Rigil เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่า Rigil Lite ทั้งด้านความเร็วในการสแกน จำนวน Crossed Blue Laser Lines และ Hardware ภายในเครื่อง เหมาะสำหรับงาน Automotive, Mold & Die และงาน Inspection ที่ต้องการความแม่นยำสูงในระดับ Industrial Workflow

SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร?

ปัจจุบัน SHINING 3D มี 3D Scanner ให้เลือกหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงรุ่นสำหรับงาน Reverse Engineering และ Inspection โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 49,900 บาท สำหรับรุ่น Entry-Level ที่เหมาะกับงานสแกนทั่วไป งาน Product Design งาน Creator และงานด้าน Education  ซึ่งราคาของแต่ละรุ่นจะขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องสแกน เทคโนโลยีที่ใช้ รวมถึง Workflow ที่รองรับ เช่น ระบบ Blue Laser, Hybrid Light Source, Wireless Workflow หรือฟังก์ชันสำหรับงาน Reverse Engineering และ Inspection ในระดับอุตสาหกรรม

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน 3D Scanner หรือองค์กรที่ต้องการนำเทคโนโลยี 3D Scanning ไปใช้ในงานออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ SHINING 3D ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีตัวเลือกหลากหลาย และเริ่มต้นได้ในงบประมาณที่เข้าถึงง่ายมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 3D Scanner สำหรับงานอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมที่มักมีราคาสูงและ Workflow ที่ซับซ้อนกว่า

สรุป

หากคุณกำลังมองหา 3D Scanner สำหรับงาน Engineering, Reverse Engineering หรือ Inspection ปัจจุบัน SHINING 3D ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีสินค้าให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่งานเริ่มต้นไปจนถึงงาน Industrial Grade ไม่ว่าคุณจะต้องการเครื่องสแกนสำหรับงานทั่วไป งาน Wireless Workflow หรือระบบสแกนสำหรับงานอุตสาหกรรม SHINING 3D ก็มีรุ่นที่ตอบโจทย์ได้ค่อนข้างครบ และสามารถรองรับ Workflow ของภาคการผลิตยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากสนใจเครื่องสแกน SHINING 3D หรือต้องการขอใบเสนอราคา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line OA: @applicadshop เพื่อรับคำแนะนำและเลือกโซลูชันที่เหมาะกับลักษณะงานของคุณมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SHINING 3D Scanner

1. SHINING 3D Scanner คืออะไร?

ตอบ: SHINING 3D Scanner คือเครื่องสแกน 3 มิติที่ถูกออกแบบมาสำหรับงาน Reverse Engineering, Inspection, Product Design และ Manufacturing โดยรองรับเทคโนโลยีทั้ง Blue Laser, Infrared และ Full Color Scanning เหมาะกับทั้งงานเริ่มต้นและงานอุตสาหกรรมระดับ Professional

2. SHINING 3D Scanner ใช้งานด้านไหนได้บ้าง?

ตอบ: สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น งาน Reverse Engineering, Quality Inspection, Product Design, Manufacturing, Automotive, Mold & Die รวมถึงงานสร้าง Digital Twin และงาน Education ที่ต้องการนำข้อมูลชิ้นงานจริงเข้าสู่ Workflow ดิจิทัล

3. EinScan Rigil แตกต่างกับ EinScan Rigil Lite อย่างไร?

ตอบ: EinScan Rigil ต่างกับ EinScan Rigil Lite ในด้านจำนวน Crossed Blue Laser Lines ความเร็วในการสแกน และ Hardware ภายในเครื่อง โดย Rigil ใช้ระบบ 25+25 Crossed Blue Laser Lines ซึ่งเร็วกว่า Rigil Lite ประมาณ 40% และเหมาะสำหรับงาน Inspection และ Reverse Engineering ระดับอุตสาหกรรมมากกว่า

4. EINSTAR Rockit เหมาะกับงานประเภทไหน?

ตอบ: EINSTAR Rockit เหมาะสำหรับงาน Maker, Product Design, Automotive Custom และ Reverse Engineering ขนาดเล็กถึงกลาง โดยจุดเด่นคือขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก และ Workflow ที่ใช้งานง่ายมากขึ้น

5. SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร?

ตอบ: ปัจจุบัน SHINING 3D Scanner มีราคาเริ่มต้นประมาณ 49,900 บาท สำหรับรุ่น Entry-Level โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่อง เทคโนโลยีที่ใช้ และ Workflow ที่รองรับ เช่น Blue Laser, Hybrid Light Source หรือระบบ Wireless Workflow สำหรับงานอุตสาหกรรม

6. ควรเลือก SHINING 3D Scanner รุ่นไหนดี?

ตอบ: หากเป็นผู้เริ่มต้นใช้งาน แนะนำ EINSTAR 2 หากต้องการเครื่องขนาดกะทัดรัดแนะนำ EINSTAR Rockit หากเริ่มใช้งานด้าน Engineering และ Reverse Engineering แนะนำ EinScan Rigil Lite และหากต้องการงาน Inspection ระดับอุตสาหกรรมควรเลือก EinScan Rigil

7. SHINING 3D Scanner เหมาะกับอุตสาหกรรมประเภทไหน?

ตอบ: SHINING 3D Scanner เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม เช่น Automotive, Aerospace, Mold & Die, Product Design, Manufacturing, Medical และ Education โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Reverse Engineering และ Inspection Workflow

8. SHINING 3D Scanner มีรุ่นไหนบ้างที่นิยม?

ตอบ: ปัจจุบันรุ่นที่ได้รับความนิยมของ SHINING 3D Scanner ได้แก่ EinScan Rigil Lite, EinScan Rigil, EINSTAR Rockit และ EINSTAR 2 ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานสำหรับผู้เริ่มต้น งาน Product Design ไปจนถึงงาน Reverse Engineering และ Inspection ระดับอุตสาหกรรม

SOLIDWORKS Term License เริ่มใช้ SOLIDWORKS แบบรายปี สำหรับทีมออกแบบยุคใหม่

SOLIDWORKS Term License เริ่มใช้ SOLIDWORKS แบบรายปี สำหรับทีมออกแบบยุคใหม่

SOLIDWORKS Term License ทางเลือกสำหรับทีมออกแบบยุคใหม่ที่ต้องการ CAD ระดับมืออาชีพแบบรายปี พร้อมสิทธิ์เข้าร่วม AppDul AI Preview เพื่อทดลองใช้ AI ในงานออกแบบ งานนำเสนอ และการสร้างสื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างคุ้มค่า

อ่านเพิ่มเติม

SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร? มีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?

SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร? มีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?

SHINING 3D Scanner คือเครื่องสแกน 3 มิติที่ได้รับความนิยมในงาน Reverse Engineering, Inspection และ Product Design โดยมีให้เลือกตั้งแต่รุ่นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาไปรู้จักรุ่นยอดนิยมอย่าง EinScan Rigil, EinScan Rigil Lite, EINSTAR Rockit และ EINSTAR 2 พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่น การใช้งาน และแนวทางเลือกเครื่องให้เหมาะกับ Workflow ของแต่ละธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม

ProtaStructure ราคาเท่าไร? โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ลดเวลาเขียนแบบ

ProtaStructure ราคาเท่าไร? โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ลดเวลาเขียนแบบ

ProtaStructure โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง BIM ที่ช่วยลดเวลาเขียนแบบและงาน Detailing ได้มากกว่า 70% รองรับทั้งงาน Modeling, Analysis, Design และ Auto Drawing ภายใน Workflow เดียว พร้อมเชื่อมต่อ Revit, ETABS และ BIM Software อื่นๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลด Human Error ในงานวิศวกรรมโครงสร้างยุคใหม่

อ่านเพิ่มเติม

LINE ติดต่อสอบถาม