งาน 3D Scanning ในระดับมืออาชีพไม่ได้ต้องการเพียงการเปลี่ยนชิ้นงานจริงให้กลายเป็นข้อมูล 3 มิติเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความแม่นยำ รายละเอียดของข้อมูล ความรวดเร็วในการทำงาน ความคล่องตัวในการสแกน และความสามารถในการนำข้อมูลไปใช้งานต่อ ไม่ว่าจะเป็น Reverse Engineering, Inspection, Product Development, Automotive หรือ Manufacturing
SHINING 3D เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี 3D Scanner ที่มีโซลูชันครอบคลุมตั้งแต่งานทั่วไปไปจนถึง Professional 3D Scanning โดยเฉพาะกลุ่ม EinScan ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับงานด้านวิศวกรรม การออกแบบ และการแปลงชิ้นงานจริงเข้าสู่ Digital Workflow
สำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหา 3D Scanner สำหรับงานระดับมืออาชีพ บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 3 รุ่นที่น่าสนใจ ได้แก่ EinScan Rigil, EinScan Rigil Lite และ EinScan Trak พร้อมเจาะจุดเด่น รูปแบบการทำงาน และลักษณะงานที่แต่ละรุ่นตอบโจทย์ เพื่อให้เห็นภาพว่าเทคโนโลยีของแต่ละรุ่นสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน Workflow ได้อย่างไร
ทำไม 3D Scanner จาก SHINING 3D ถึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน?
เมื่อเทคโนโลยี 3D Scanning เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในงาน Engineering และ Industrial ความต้องการของผู้ใช้งานก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความแม่นยำ แต่ครอบคลุมถึงความรวดเร็ว ความคล่องตัว และความสามารถในการนำข้อมูลไปต่อยอดใน Digital Workflow ได้อย่างมีประสิทธิภาพ SHINING 3D จึงพัฒนา 3D Scanner ให้มีทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อรองรับทั้งลักษณะงาน ระดับการใช้งาน และงบประมาณที่แตกต่างกัน

เทคโนโลยีของ SHINING 3D ครอบคลุมตั้งแต่ Handheld 3D Scanner, All-in-One Scanner ไปจนถึง Optical Tracking System พร้อมเทคโนโลยีอย่าง Blue Laser, Infrared Light และ Hybrid Light Source ที่ช่วยให้สามารถปรับรูปแบบการสแกนให้เหมาะกับชิ้นงานและสถานการณ์ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน Wireless Scanning และ Standalone Scanning ยังช่วยลดข้อจำกัดจากการต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา เพิ่มความคล่องตัวเมื่อต้องนำเครื่องไปทำงานกับชิ้นงานจริง
สำหรับงานที่มีวัตถุขนาดใหญ่ ระบบ Optical Tracking ช่วยติดตามตำแหน่งของ Scanner ระหว่างการทำงาน และใน Workflow ที่รองรับ Marker-Free Tracking ยังช่วยลดขั้นตอนการติด Marker จำนวนมากบนพื้นผิวของชิ้นงาน ทำให้การเก็บข้อมูลรถยนต์ เครื่องจักร หรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่มีความคล่องตัวมากขึ้น
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และระดับราคา ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Scanning ระดับ Professional ได้ง่ายขึ้น โดยเลือกลงทุนให้เหมาะกับ Requirement ของงาน ตั้งแต่การเริ่มนำ 3D Scanning เข้ามาใช้ ไปจนถึงระบบที่รองรับ Workflow เฉพาะทางในภาคอุตสาหกรรม
เจาะจุดเด่น 3 รุ่นยอดนิยมของเครื่อง 3D Scanner จาก SHINING 3D
การเลือกเครื่อง 3D Scanner สำหรับงานระดับมืออาชีพ ไม่ควรพิจารณาจากความละเอียดหรือความแม่นยำเพียงอย่างเดียว เพราะในการใช้งานจริง ชิ้นงานแต่ละประเภทมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งขนาด รูปทรง พื้นผิว รวมถึงสถานที่และรูปแบบการทำงาน บางงานต้องการความคล่องตัวในการนำเครื่องไปเก็บข้อมูลจากชิ้นงานจริง ขณะที่บางงานต้องสแกนวัตถุขนาดใหญ่และต้องการระบบ Tracking ที่ช่วยให้การเก็บข้อมูลมีความต่อเนื่องมากขึ้น
สำหรับ 3D Scanner จาก SHINING 3D รุ่นยอดนิยมสำหรับงานระดับมืออาชีพ ได้แก่ EinScan Rigil, EinScan Rigil Lite และ EinScan Trak ซึ่งแต่ละรุ่นมีแนวคิดในการออกแบบ เทคโนโลยี และ Workflow ที่แตกต่างกัน การพิจารณาจึงไม่ควรมองเพียงว่าเครื่องรุ่นใดมี Specification สูงกว่า แต่ควรดูว่า แต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไร ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานแบบไหน และเหมาะกับลักษณะการใช้งานอย่างไร เพื่อให้สามารถเลือก 3D Scanner ที่สอดคล้องกับ Workflow และความต้องการในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
EinScan Rigil

EinScan Rigil โดดเด่นด้วยแนวคิด All-in-One ที่รวมทั้งการสแกน การประมวลผล และการจัดการข้อมูลไว้ในเครื่องเดียว พร้อมรองรับการทำงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ Standalone, Wireless PC และ Wired PC ทำให้สามารถนำเครื่องไปสแกนชิ้นงานนอกสถานที่ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา และยังสามารถเชื่อมต่อกับ PC เมื่อต้องการทำงานใน Workflow ที่ซับซ้อนขึ้น
ด้านการสแกน EinScan Rigil ผสาน Blue Laser และ Infrared VCSEL เพื่อรองรับชิ้นงานและสถานการณ์ที่หลากหลาย รวมถึงพื้นผิวสีเข้มหรือพื้นผิวสะท้อนแสง นอกจากนี้ยังรองรับ Marker-Free Laser Scanning สำหรับชิ้นงานที่มีลักษณะเหมาะสม ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมชิ้นงานก่อนเริ่มสแกน
จุดเด่นของ EinScan Rigil จึงอยู่ที่การรวม Performance และความคล่องตัว เข้าไว้ด้วยกัน เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการ 3D Scanner เครื่องหลักสำหรับงาน Professional ที่หลากหลาย ทั้งการทำงานภายในสถานที่และการนำออกไปเก็บข้อมูลจากชิ้นงานจริง
EinScan Rigil Lite

EinScan Rigil Lite เป็นอีกหนึ่งรุ่นใน Rigil Series ที่พัฒนาขึ้นสำหรับงาน 3D Scanning ระดับมืออาชีพ โดยยังคงแนวคิด All-in-One 3D Scanner ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสแกน ประมวลผล และจัดการข้อมูลได้โดยตรงผ่านตัวเครื่อง เหมาะกับการทำงานที่ต้องการความคล่องตัวทั้งภายในพื้นที่ทำงานและการนำเครื่องออกไปเก็บข้อมูลนอกสถานที่
เมื่อเทียบกับ Rigil รุ่นหลักนั้น EinScan Rigil Lite จะมีการปรับลด Performance ในบางส่วน ขณะที่ยังคงเทคโนโลยีและ Workflow สำคัญของ Rigil Series เอาไว้ ทั้งการสแกนด้วย Blue Laser และ Infrared VCSEL รวมถึงการทำงานแบบ Standalone, Wireless PC และ Wired PC จึงยังคงความคล่องตัวของ All-in-One 3D Scanning สำหรับการใช้งานระดับ Professional ได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ EinScan Rigil Lite ยังรองรับ Workflow แบบ Scan → Process → Export บนตัวเครื่อง ทำให้สามารถเก็บข้อมูล ประมวลผล และนำไฟล์ไปใช้งานต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา จุดเด่นของ Rigil Lite จึงอยู่ที่การผสาน Core Technology ของ Rigil Series เข้ากับความคล่องตัวในการทำงาน เหมาะสำหรับงาน Engineering, Reverse Engineering, Product Development และการเก็บข้อมูล 3 มิติจากชิ้นงานจริง
EinScan Trak

EinScan Trak มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างจาก Rigil Series โดยถูกออกแบบมาเป็น Wireless Tracking and Scanning System ที่ใช้ Tracker ติดตามตำแหน่งของ Scanner แบบ Real-Time ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนที่ไปรอบชิ้นงานและเก็บข้อมูลวัตถุขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือ Marker-Free Tracking โดย Tracker จะติดตาม Marker ที่อยู่บนตัว Scanner แทนการติด Marker จำนวนมากลงบนพื้นผิวของชิ้นงาน ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมงานและเพิ่มความคล่องตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องสแกนวัตถุขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ เครื่องจักร หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ EinScan Trak ยังรองรับการทำงานทั้ง Tracking Mode และ Handheld Mode ผู้ใช้งานจึงสามารถใช้ระบบ Tracking สำหรับชิ้นงานขนาดใหญ่ หรือถอด Scanner ออกมาใช้งานแบบ Handheld สำหรับพื้นที่แคบและชิ้นงานขนาดเล็กถึงกลางได้
จุดเด่นของ EinScan Trak จึงอยู่ที่ การสแกนวัตถุขนาดใหญ่ ระบบ Tracking และการลดขั้นตอนการติด Marker บนชิ้นงาน เหมาะสำหรับงาน Automotive, Large Components, Reverse Engineering และงาน Digitization ที่ต้องเก็บข้อมูล 3 มิติจากวัตถุขนาดใหญ่
เปรียบเทียบ EinScan Rigil, Rigil Lite และ EinScan Trak แตกต่างกันอย่างไร?
จากจุดเด่นของทั้ง 3 รุ่น จะเห็นว่า EinScan Rigil, Rigil Lite และ EinScan Trak มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน โดย Rigil และ Rigil Lite อยู่บนแนวคิด All-in-One 3D Scanning เช่นเดียวกัน ขณะที่ EinScan Trak ใช้ Optical Tracking System เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของ Workflow
ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างของ Feature สำคัญ เพื่อให้เห็นภาพของทั้ง 3 รุ่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| เปรียบเทียบ |
EinScan Rigil |
EinScan Rigil Lite |
EinScan Trak |
|---|---|---|---|
| รูปแบบการทำงาน | Standalone / Wireless PC / Wired PC |
Standalone / Wireless PC / Wired PC |
Tracking Mode / Handheld Mode |
| สแกนความเร็วสูง | 25+25 Crossed Blue Laser Lines |
17+17 Crossed Blue Laser Lines |
19+19 Crossed Blue Laser Lines |
| สแกนรายละเอียด | 7 Parallel Blue Laser Lines |
7 Parallel Blue Laser Lines |
7 Parallel Blue Laser Lines + Single Blue Laser Line |
| ความละเอียดสูงสุด | 0.05 mm | 0.05 mm | 0.05 mm |
| Marker-Free | Marker-Free Laser Scanning |
Marker-Free Laser Scanning |
Marker-Free Optical Tracking |
| จุดเด่นของระบบ | All-in-One + Performance สูง |
All-in-One + Core Rigil Workflow |
Wireless Optical Tracking |
| ลักษณะ Workflow | All-in-One ที่เน้น Performance และ ความคล่องตัว |
All-in-One Workflow โดยปรับ Performance บางส่วน |
Tracking Workflow สำหรับการเก็บข้อมูล วัตถุขนาดใหญ่ |
จากตารางจะเห็นว่า Rigil และ Rigil Lite มีพื้นฐาน Workflow ใกล้เคียงกัน แต่แตกต่างกันที่ระดับ Performance โดยเฉพาะจำนวน Crossed Blue Laser Lines ขณะที่ EinScan Trak มีโครงสร้างการทำงานแตกต่างออกไป ด้วยการใช้ Optical Tracker สำหรับติดตามตำแหน่งของ Scanner ซึ่งทำให้เหมาะกับ Workflow ที่ต้องเก็บข้อมูลวัตถุขนาดใหญ่และต้องการ Marker-Free Tracking
ดังนั้น การเปรียบเทียบทั้ง 3 รุ่นจึงไม่ควรมองเพียงจำนวน Laser Lines หรือ Specification ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ควรพิจารณาร่วมกับ รูปแบบการทำงานและลักษณะของชิ้นงานที่ต้องการสแกน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกรุ่นให้เหมาะกับการใช้งาน
เลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับลักษณะงานอย่างไร?
การเลือก 3D Scanner สำหรับงานระดับมืออาชีพควรพิจารณาจากลักษณะของชิ้นงานและ Workflow ที่ต้องใช้งานจริง ทั้งขนาดของวัตถุ สถานที่สแกน ความคล่องตัวในการทำงาน และวิธีการ Tracking เพราะแม้ Scanner แต่ละรุ่นจะสามารถสร้างข้อมูล 3 มิติได้ แต่จุดเด่นและรูปแบบการทำงานของแต่ละระบบแตกต่างกัน

EinScan Rigil — สำหรับงาน Professional ที่ต้องการ Performance สูง
EinScan Rigil เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการ 3D Scanner เครื่องหลักสำหรับงาน Professional และต้องรับมือกับงานสแกนที่หลากหลาย ด้วย All-in-One Workflow ที่รองรับทั้ง Standalone, Wireless PC และ Wired PC ทำให้สามารถนำเครื่องไปเก็บข้อมูลจากชิ้นงานจริงนอกสถานที่ หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เมื่อต้องทำงานใน Workflow ที่ซับซ้อนขึ้นได้
ตัวอย่างเช่น โรงงานที่มี ชิ้นส่วนเครื่องจักรเดิมซึ่งไม่มี Drawing หรือ CAD File สามารถนำ Rigil ไปสแกนและเก็บ Geometry จากชิ้นงานจริง ก่อนนำข้อมูล 3 มิติกลับเข้าสู่ CAD Workflow เพื่อสร้างแบบสำหรับผลิตชิ้นส่วนทดแทน ปรับแก้ Design หรือพัฒนาชิ้นส่วนเดิมต่อได้
EinScan Rigil Lite — สำหรับงาน Professional ที่ต้องการ All-in-One ในระดับที่เข้าถึงง่ายขึ้น
EinScan Rigil Lite เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวของ All-in-One 3D Scanner สำหรับงานระดับ Professional ในระดับที่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยยังคง Workflow สำคัญของ Rigil Series ทั้ง Standalone, Wireless PC และ Wired PC รวมถึงความสามารถในการสแกน ประมวลผล และจัดการข้อมูลผ่านตัวเครื่อง เหมาะกับการนำ 3D Scanning เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ในการทำงานประจำวัน
ตัวอย่างเช่น ทีม Product Development ที่มี Prototype ซึ่งผ่านการผลิตและปรับแต่งจากชิ้นงานจริง สามารถใช้ Rigil Lite สแกน Geometry กลับมาเป็นข้อมูล 3 มิติ แล้วนำข้อมูลไปใช้เป็น Reference สำหรับปรับ Design ในระบบ CAD ให้สอดคล้องกับชิ้นงานจริงมากขึ้น
EinScan Trak — สำหรับงานสแกนรถยนต์ เครื่องจักร และวัตถุขนาดใหญ่
EinScan Trak เหมาะกับงานที่ต้องเก็บข้อมูลจากวัตถุขนาดกลางถึงใหญ่ โดยใช้ Optical Tracker ติดตามตำแหน่งของ Scanner แบบ Real-Time พร้อม Marker-Free Tracking ที่ช่วยลดขั้นตอนการติด Marker จำนวนมากบนพื้นผิวของวัตถุ ทำให้สามารถเคลื่อนที่ Scanner ไปรอบชิ้นงานและเก็บข้อมูล Geometry ขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น การพัฒนา Body Kit หรือชิ้นส่วน Aftermarket สำหรับรถยนต์ สามารถใช้ EinScan Trak สแกน Geometry ของตัวรถจริง เพื่อนำข้อมูล 3 มิติไปใช้เป็น Reference สำหรับออกแบบชิ้นส่วนให้สัมพันธ์กับพื้นผิว จุดยึด และพื้นที่ติดตั้งจริงได้
ดังนั้น การเลือกระหว่าง EinScan Rigil, Rigil Lite และ EinScan Trak ควรเริ่มจากลักษณะของชิ้นงานและ Workflow ที่ต้องการ โดย Rigil เหมาะกับงาน Professional ที่ต้องการ Performance สูง, Rigil Lite เหมาะกับผู้ที่ต้องการ All-in-One Professional 3D Scanning ในระดับที่เข้าถึงง่ายขึ้น ส่วน EinScan Trak มีจุดเด่นสำหรับการสแกนรถยนต์ เครื่องจักร และวัตถุขนาดใหญ่
SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร?
ราคาของ SHINING 3D Scanner จะแตกต่างกันตามรุ่น เทคโนโลยีการสแกน รูปแบบการ Tracking และ Performance ของเครื่อง โดยรุ่นอย่าง EinScan Rigil, EinScan Rigil Lite และ EinScan Trak ถูกออกแบบมาสำหรับ Workflow ที่แตกต่างกัน จึงควรพิจารณาราคาร่วมกับลักษณะของชิ้นงานและรูปแบบการใช้งานจริง
หากต้องการดูข้อมูลราคาและเปรียบเทียบรุ่นเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลได้ที่บทความ SHINING 3D Scanner ราคาเท่าไร? มีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร? ซึ่งรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยประกอบการพิจารณาก่อนเลือกเครื่องให้เหมาะกับงาน
สำหรับองค์กรหรือผู้ใช้งานที่ต้องการประเมินรุ่นให้เหมาะกับงาน สามารถส่งรายละเอียด ลักษณะชิ้นงาน ขนาด รูปภาพ และวัตถุประสงค์ในการสแกน ให้ทีม AppliCAD ช่วยแนะนำรุ่นและจัดทำใบเสนอราคาได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SHINING 3D Scanner
1. EinScan Rigil และ Rigil Lite แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ทั้งสองรุ่นเป็น All-in-One 3D Scanner ใน Rigil Series และรองรับการทำงานแบบ Standalone, Wireless PC และ Wired PC เช่นเดียวกัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่ Performance บางส่วน โดย EinScan Rigil ถูกวางให้รองรับงานที่ต้องการ Performance สูงกว่า ขณะที่ Rigil Lite ยังคง Core Technology และ Workflow สำคัญของ Rigil Series ในระดับที่เข้าถึงง่ายขึ้น
2. EinScan Trak เหมาะกับชิ้นงานประเภทไหน?
ตอบ: EinScan Trak เหมาะกับการสแกนวัตถุขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น รถยนต์ เครื่องจักร และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยใช้ Optical Tracker ติดตามตำแหน่งของ Scanner แบบ Real-Time ช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ไปรอบวัตถุและเก็บข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง
3. 3D Scanner แบบ Standalone มีข้อดีอย่างไร?
ตอบ: Standalone 3D Scanner สามารถสแกนและประมวลผลข้อมูลผ่านตัวเครื่องโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวเมื่อต้องนำเครื่องไปเก็บข้อมูลจากชิ้นงานในโรงงาน หน้างาน หรือพื้นที่ที่ไม่สะดวกต่อการติดตั้งคอมพิวเตอร์
4. จำเป็นต้องติด Marker ทุกครั้งที่สแกนหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นในทุกกรณี โดย Rigil Series รองรับ Marker-Free Laser Scanning สำหรับชิ้นงานที่มี Geometry และ Feature เหมาะสม ขณะที่ EinScan Trak ใช้ Marker-Free Optical Tracking ซึ่ง Tracker จะติดตามตำแหน่งของ Scanner แทนการติด Marker จำนวนมากลงบนชิ้นงานใน Tracking Workflow
5. ข้อมูลจาก 3D Scanner สามารถนำไปใช้กับโปรแกรม CAD ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ ข้อมูล 3 มิติที่ได้จากการสแกนสามารถนำไปประมวลผลและใช้เป็น Reference สำหรับสร้างหรือพัฒนา CAD Model ต่อได้ จึงเหมาะกับ Workflow เช่น Reverse Engineering, Product Development และการสร้างแบบจากชิ้นงานที่ไม่มี CAD File เดิม
6. 3D Scanner ใช้สำหรับงาน Inspection ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ ข้อมูลจาก 3D Scanner สามารถนำไปเปรียบเทียบกับ CAD Model เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างชิ้นงานจริงกับแบบดิจิทัล เช่น การตรวจสอบ Geometry หรือพื้นที่ที่มีความคลาดเคลื่อน โดยขั้นตอนและความสามารถในการวิเคราะห์จะขึ้นอยู่กับ Software ที่นำมาใช้ร่วมกับข้อมูลสแกน
สรุป
การเลือก 3D Scanner สำหรับงานระดับมืออาชีพ ไม่มีรุ่นใดที่เหมาะกับทุกลักษณะงาน สิ่งสำคัญคือการเลือกเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับชิ้นงานจริง ตั้งแต่ขนาด รูปทรง พื้นผิว พื้นที่ใช้งาน ไปจนถึงจุดประสงค์ของข้อมูล 3 มิติหลังจากการสแกน
สำหรับ SHINING 3D การมี Scanner ที่รองรับ Workflow หลายรูปแบบ ทำให้สามารถนำ 3D Scanning เข้าไปเชื่อมต่อกับกระบวนการ Engineering ได้ตั้งแต่การเก็บข้อมูลจากชิ้นงานจริง ไปจนถึงการนำข้อมูลไปใช้ต่อใน Digital Workflow ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจึงควรมองมากกว่า Specification และพิจารณาว่าเครื่องสามารถตอบโจทย์กระบวนการทำงานจริงได้มากน้อยเพียงใด
หากยังไม่แน่ใจว่า 3D Scanner รุ่นใดเหมาะกับงานของคุณ สามารถส่งรูปภาพชิ้นงาน ขนาดโดยประมาณ และรายละเอียดงานที่ต้องการสแกนให้กับทีม AppliCAD ช่วยประเมินและแนะนำ Solution ที่เหมาะสม พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้
สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อทีม AppliCAD ผ่าน LINE OA: @applicadshop







Share:
3D CAD คืออะไร? รู้จักโปรแกรมออกแบบ 3D สำหรับงานวิศวกรรม
3D Printer เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เลือกใช้ยี่ห้อไหนดีสำหรับอุตสาหกรรม?